"หา?!" เย่โจงฉวนเองก็จัดเป็นนักแสดงเก่าไปแล้ว เขาแสร้งทำเป็นตกใจและถามว่า “ฉงชิว คนที่ถูกไล่ออกจากงานก็คือนายหรอกหรือ!”
“ใช่…” ฉงชิวพูดอย่างอับอาย “แต่เดิมผมคิดจะเปิดราคาสูงเพื่อต้องการซื้อยาอายุวัฒนะกลับไป คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายกลับก็ให้ความสนใจกับกฎเกณฑ์อย่างมากขนาดนี้และขับไล่ผมออกจากงานทันที…”
เย่โจงฉวนเอ่ยปาก "เอาแบบนี้แล้วกันอานโฉงชิว ฉันรู้ความต้องการของนายแล้วซึ่งก็คืออยากพบเจ้าของยาอายุวัฒนะสักครั้งและลองดูว่าจะสามารถขอซื้อมันเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่ ใช่ไหม?"
"ใช่!" อานโฉงชิวรีบพูด "ด้านราคาไม่มีปัญหา หากสามแสนเจ็ดหมื่นล้านดอลลาร์น้อยเกินไป ผมสามารถเพิ่มให้ได้อีก!"
เย่โจงฉวนถอนหายใจอีกครั้งและพูดว่า: "โฉงชิว นายไม่เข้าใจหลายสิ่งหลายอย่าง เจ้าของยาอายุวัฒนะคนนี้นิสัยแปลกประหลาดอย่างมาก เขาไม่ค่อยสนใจเรื่องเงินมากนัก นอกจากนี้ตัวเขาก็เป็นดั่งเทพมังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง แม้กระทั่งฉันเองก็ยังไม่มีวิธีการติดต่อกับเขา มีเรื่องอะไรล้วนเป็นเขาที่ติดต่อมาก่อน ดังนั้นเรื่องที่นายเอ่ยฉันได้แต่รอให้เขาติดต่อฉันมาก่อน จากนั้นก็ช่วยนายพูดกับเขาสักหน่อย แต่ว่าเมื่อไหร่จะได้ติดต่อ หรือติดต่อแล้วสำเร็จหรือไม่ เรื่องนี้ฉันไม่สามารถรับประกันได้”
อานโฉงชิวรีบถาม “ลุงเย่ คุณรู้จักชื่อแซ่ของคนผู้นี้ไหม? ถ้าทางคุณไม่สะดวก คุณสามารถเปิดเผยข้อมูลบางอย่างให้ผมได้ แล้วผมจะไปตรวจสอบด้วยตนเอง”
เย่โจงฉวนเหลือบมองเย่เฉินแล้วพูดว่า "ขอโทษนะโฉงชิว ฉันเองก็ไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับคนผู้นี้มากนักจริงๆ เอาอย่างนี้แล้วกัน นายช่วยอดทนรอสักก่อน ถ้ามีข่าวคราว ฉันจะโทรหานายก่อนทันที! "
เมื่อเห็นว่าอานโฉงชิวไม่เต็มใจที่จะเปิดเผยจุดประสงค์ของการซื้อยา เย่โจงฉวนก็ทำตามคำแนะนำก่อนหน้าของเย่เฉิน คือเตรียมรับปากอานโฉงชิวไปจากนั้นก็ค่อยถ่วงเวลาเขาออกไป
อานฉงชิวเองก็รู้อยู่แก่ใจเช่นกันว่าเย่โจงฉวนจะต้องมีบางอย่างซ่อนเอาไว้จากตน ดังนั้นเขาจึงเอ่ยปาก “ลุงเย่ ถ้าคุณสามารถช่วยในเรื่องนี้ได้ ตระกูลอานจะต้องปฏิบัติกับคุณอย่างดีแน่!”
หากตระกูลเย่สูญเสียทรัพย์สินไปครึ่งหนึ่งจริงๆ เย่โจงฉวนจะต้องใช้คิดทุกหนทางเพื่อหาทางชดเชยการสูญเสียนี้แน่
แต่สถานการณ์จริงก็คือความแข็งแกร่งของตระกูลเย่ไม่ได้รับผลกระทบอะไร ในทางตรงกันข้าม หากนับความแข็งแกร่งของเย่เฉิน ทรัพย์สินของเย่เฉินและเส้นสายของเย่เฉินนั้น มีความแข็งแกร่งกว่าตระกูลเย่มากกว่าสองเท่าด้วยซ้ำ
ดังนั้น เขาจึงไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิดเกี่ยวกับข้อเสนอที่อานโฉงชิวยื่นมาให้
ดังนั้น เขาจึงพูดกับอานโฉงชิวอย่างมีหลักการและชอบธรรม: "โฉงชิวเอ๋ย พวกเราล้วนเป็นญาติกัน นายพูดแบบนี้ดูจะเป็นคนนอกไปอยู่บ้างแล้ว ฉันไม่ใช่ไม่ต้องการช่วยนาย และไม่ได้คิดจะเอาเรื่องนี้มาต่อรองอะไรกับนายด้วย เรื่องที่นายร้องขอฉันมานั้นเกินกว่าความสามารถของฉันจริงๆ ที่ฉันทำได้ก็มีแค่ช่วยนายสอบถามเท่านั้น เรื่องอื่นๆฉันควบคุมไม่ได้จริงๆ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...