กัวเหล่ยจากไป และหลี่เสี่ยวเฟินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เย่เฉินถามเธอว่า “เสี่ยวเฟิน กัวเหล่ยคนนี้มารังควานคุณเป็นประจำเลยเหรอ?”
หลี่เสี่ยวเฟินยักไหล่ และพูดอย่างช่วยไม่ได้ว่า “ไอ้คนนั้น เป็นเสือยิ้มผู้โด่งดังอยู่ในไชน่าทาวน์ คุณอย่าดูว่าเวลาที่เขาพูดนั้นมีใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และสุภาพกับทุกคน แต่จริงๆ แล้วในไขกระดูกเขาเลวทรามกว่าใครๆ อีกด้วยซ้ำ”
เย่เฉินขมวดคิ้ว และถามว่า “สามารถพูดให้ชัดเจนกว่านี้ได้ไหม?”
“อันนี้.....” หลี่เสี่ยวเฟินเหลือบมองไปทางโกดัง แล้วกระซิบด้วยเสียงเบาว่า “ไว้มีโอกาสค่อยบอกคุณช้าๆ ดีกว่า”
ทันทีที่คำพูดจบลง คลอเดียก็ได้เดินออกมาแล้ว เธอมองไปที่เย่เฉิน และพูดอย่างจริงจังว่า “กัวเหล่ยทำธุรกิจกลโกงทางโทรศัพท์ในประเทศจีน หลังจากเกิดเรื่องขึ้นถึงหนีมาที่แคนาดา และมาเพิ่งพาแม่ของฉัน.......”
“คุณปู่ของกัวเหล่ย เป็นพี่น้องกันกับยายฉัน ทั้งสองครอบครัวมีความสัมพันธ์ระหว่างกันอยู่บ้าง และกัวเหล่ยก็เป็นลูกคนเดียวในครอบครัว แม่ของเขากลัวว่าเขาจะถูกจับและถูกส่งตัวเข้าคุก จึงมาขอร้องแม่ฉ้นให้รับเขาไว้ หลังจากนั้นแม่ก็จัดให้เขาเป็นคนขับรถติดตามพ่อของฉัน........”
“เมื่อสามเดือนที่แล้ว กัวเหล่ยและรองผู้บัญชาการของบริษัทเกลี้ยกล่อมพ่อของฉันให้ร่วมมือกับแก๊งอเมริกัน แต่พ่อของฉันไม่เห็นด้วย”
“เมื่อสองเดือนก่อน มีคนจุดไฟเผาบ้านของฉัน ทั้งครอบครัวของฉันมีห้าคน มีเพียงฉันคนเดียวที่โชคดีรอดชีวิตมาได้........”
“ตั้งแต่นั้นมา รองผู้บัญชาการของบริษัทก็รับช่วงต่อจากพ่อของฉัน และกัวเหล่ยก็เลยกลายเป็นคนดังอยู่ภายใต้อำนาจของเขา.........”
หลี่เสี่ยวเฟินตกตะลึง และพูดโพล่งออกมาว่า “ถ้า.......ถ้าอย่างนั้นก็พูดได้ว่า......พ่อแม่ของคุณและน้องชายทั้งสองคนของคุณ ไม่ได้เสียชีวิตในกองไฟ! มันคือการฆาตกรรมชัดๆ ทำไมตำรวจไม่ได้สอบสวนเรื่องนี้งั้นหรือ?”
คลอเดียส่ายหัวเบาๆ แล้วพูดว่า “ผลที่ตำรวจประกาศคือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ หลังจากที่ฉันหนีออกจากที่เกิดเหตุในเวลานั้น และหาที่หลบซ่อน ในช่วงหลายวันที่ฉันซ่อนตัวอยู่ คือกัวเหล่ยเป็นผู้ลงนามบนหนังสือยินยอมฌาปนกิจในฐานะสมาชิกครอบครัว จากนั้นก็ได้ทำการฌาปนกิจพ่อแม่และน้องชายอีกสองคนไปเลย ในเรื่องนี้ก็ไม่มีหลักฐานอะไรหลงเหลืออยู่อีกเลย”
หลี่เสี่ยวเฟินพูดโดยจิตสำนึกว่า “คุณควรไปแจ้งตำรวจและฟ้องร้องพวกเขาในข้อหาฆาตกรรม บอกเหตุการณ์เหล่านี้ให้ตำรวจ และให้ตำรวจจับกุมตัวพวกเขาทั้งหมด!”
ในเวลานี้เย่เฉินพูดเบาๆ ว่า “เสี่ยวเฟิน เหตุผลที่คลอเดียยังมีชีวิตอยู่ ก็เพราะว่าเธอไม่ได้บอกเหตุการณ์เหล่านี้ให้ตำรวจ”
“ใช่......” คลอเดียพยักหน้าเบาๆ และพูดด้วยเสียงต่ำว่า “พวกเขาคิดว่าฉันรอดชีวิตจากไฟไหม้โดยบังเอิญ แต่ไม่รู้ว่า อันที่จริงตอนที่เกิดเพลิงไหม้ ฉันก็ได้พบว่าพ่อแม่ของฉันและน้องชายได้เสียชีวิตไปแล้ว.......”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...