“ใช่......” คลอเดียพยักหน้า และพูดว่า “เพราะยังไงไม่ใช่แค่ครอบครัวของกัวเหล่ยเท่านั้น ที่ทำเรื่องแบบนี้ในแวนคูเวอร์ แต่มีแก๊งอื่นอีกหลายแก๊งที่ทำธุรกิจแบบเดียวกัน ฉันสามารถมั่นใจได้ว่าพวกกัวเหล่ยจะไม่ทำอะไรฉัน แต่ก็รับรองไม่ได้ว่าแก๊งอื่นจะไม่ลงมือกับฉัน ดังนั้นการที่แกล้งทำเป็นอย่างนี้มันก็จะปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม เพราะยังไงคงไม่มีใครสนใจกับผู้หญิงที่มีแผลไหม้อย่างรุนแรงที่ใบหน้าครึ่งหนึ่งหรอก.......”
ในขณะที่เธอพูดอย่างนั้น เธอก็พูดกับเย่เฉินอย่างกังวลใจว่า “คุณเย่ ก่อนที่ฟ้าจะมืด คุณพาพี่เสี่ยวเฟินไปที่สนามบินโดยตรงเถอะ! ตราบใดที่คุณพาเธอออกจากแคนาดาไป พวกกัวเหล่ยก็จะทำอะไรเธอไม่ได้แล้ว!”
เย่เฉินเยาะเย้ยและส่ายหัว และถามเธอว่า “แก๊งชาวอิตาลีนี้มีกี่คน?”
คลอเดียกล่าวว่า “พวกมันมีคนจำนวนมากมาย อย่างน้อยก็เจ็ดแปดร้อยคน คุณไม่สามารถเอาชนะพวกเขาด้วยตัวคนเดียวได้หรอก.......”
เย่เฉินตะคอก และพูดเบาๆ ว่า “เจ็ดแปดร้อย........น้อยไปนิดหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย!”
คลอเดียคิดว่าเย่เฉินไม่เข้าใจคำพูดของเธอ เธอจึงรีบพูดซ้ำอีกครั้ง และโพล่งออกจากปากว่า “คุณเย่ ฉันบอกว่าพวกเขามีอย่างน้อยเจ็ดแปดร้อยคน มันเป็นพียงการประมาณการแบบอนุรักษนิยมที่สุดเท่านั้น ถ้านับคนที่มีความสัมพันธ์เพียงเล็กน้อยเข้ามาด้วย อาจจะเกินจำนวนพันคนก็เป็นไปได้..........”
เย่เฉินพยักหน้า และกล่าวว่า “ถ้าสามารถรวบรวมได้เป็นพันคน มันจะถือว่ามีประโยชน์อยู่บ้าง”
คลอเดียรีบพูดว่า “คุณเย่ คุณจัดการพวกเขาด้วยตัวคนเดียวไม่ได้หรอก....... อีกอย่างพวกเขาจะค่อนข้างยับยั้งตัวเองในระหว่างวัน ถ้าคุณพาพี่เฟินจากไป พวกเขาน่าจะไม่กล้ายุ่งวุ่นวาย ตราบใดที่ไปถึงสนามบิน ก็รอดพ้นหายนะได้ ถ้ารอถึงกลางคืน งั้นอยากจะหนีก็หนีไม่พ้นแล้ว........”
เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย และพูดอย่างเป็นกันเองว่า “ไม่เป็นไร ผมไม่ตั้งใจจะพาเธอจากไปอยู่แล้ว มันง่ายที่จะไป แต่มันไม่สมเหตุสมผลเลย มีสิทธิ์อะไรที่มีคนไม่ดีอยู่ใกล้บ้านคุณ และในที่สุดคุณก็ต้องทิ้งครอบครัวทิ้งบ้านและหนีไปด้วย? นี่ไม่ใช่สไตล์การทำงานของคนหัวเซี่ยอย่างเรา สไตล์การทำงานของคนหัวเซี่ยเราคือคนอื่นไม่หาเรื่องเรา เราก็จะไม่ไปหาเรื่องคนอื่นก่อน แต่ถ้าใครหาเรื่องเรา เราก็จะต้องสู้กลับ”
คลอเดียตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น
เธอคิดไม่ออกเลยว่า เย่เฉินมาแคนาดาเพียงลำพังจากที่ห่างไกล แล้วเอาความมั่นใจมาจากไหนกันแน่ ถึงสามารถพูดคำพูดที่ไม่รู้สึกอะไรเช่นนี้ออกมาได้
เธอยิ่งไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่า แก๊งค์เหล่านี้ในแคนาดาแม้แต่ทั่วทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกา ก็ได้แพร่พันธุ์มะเร็งมาเป็นเวลาหลายสิบหรือหลายร้อยปีแล้ว และยังไม่มีใครสามารถกำจัดพวกมันได้ แล้วเย่เฉินเอามั่นใจมาจากไหนกัน?
เมื่อเห็นว่าคลอเดียประหลาดใจเล็กน้อย เย่เฉินจึงถามเธอว่า “คลอเดีย คุณมีแผนอย่างไรในอนาคต?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...