พวกเขาเห็นว่ากัวเหล่ยมาต่างก็ลุกขึ้นยืน แล้วก็ทักทายอย่างเคารพ
กัวเหล่ยสะบัดผมอย่างพอใจ แล้วเดินส่ายผ่านเข้าไป
ห้องด้านในนั้นมีบันไดเส้นทางหนึ่งลงสู่ชั้นใต้ดิน
กัวเหล่ยชี้บันได แล้วพูดยิ้มๆว่า “คาสิโนอยู่ที่ด้านล่างแห่งนี้”
เมื่อพวกเย่เฉินทั้งสามคนเดินตามเขาลงไปชั้นใต้ดินแล้ว ก็พบว่าด้านในเป็นสถานที่แตกต่างออกไป
เมื่อลงจากบันได ก็เป็นห้องโถงใหญ่ประมาณร้อยห้าหกสิบตารางเมตร ด้านในมีโต๊ะพนันต่างๆวางอยู่
ตรงหน้าของทุกโต๊ะพนัน ล้วนมีคนแจกไพ่ที่แจกไพ่โดยเฉพาะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกโต๊ะพนันจะมีลูกค้า
เย่เฉินกวาดมองดู พบว่าที่นี่ไม่ได้ถือว่าธุรกิจดีเท่าไหร่นัก มีโต๊ะพนันกว่าครึ่งหนึ่งที่ไม่มีลูกค้า ส่วนโต๊ะพนันอื่นๆ อย่างน้อยที่สุดมีเพียงแค่คนเดียว และอย่างมากที่สุดก็มีแค่สามถึงห้าคนเท่านั้น
ฉะนั้นเย่เฉินจึงขมวดคิ้ว แล้วพูดอย่างมีอารมณ์ไม่พอใจว่า “ที่นี่ของนาย ทำไมถึงมีคนน้อยอย่างนี้?”
กัวเหล่ยได้ยินประโยคนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอับอาย
ช่วงนี้ธุรกิจคาสิโนยิ่งอยู่ยิ่งแย่ คนก็ยิ่งอยู่ยิ่งน้อยลงจริงๆ
แต่ว่า ต่อหน้าเย่เฉินเขาก็ไม่สามารถแสดงสิ่งน่าอายออกมาให้เห็นได้ ฉะนั้นจึงยิ้มแห้งแล้วพูดว่า “พวกเรามาเร็วไปหน่อย ลูกค้าส่วนมากมักจะชอบมาตอนดึกๆกัน”
เย่เฉินพูดอย่างไม่มีการปิดบังว่า “ฉันไปเล่นคาสิโนมาทั่วโลกมากมายขนาดนี้ ไม่ว่าประเทศไหน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคาสิโนล้วนเป็นเวลาสองทุ่มถึงเที่ยงคืน ที่นายนี่มันสามทุ่มกว่าแล้วยังไม่มีลูกค้าอีก เห็นได้ชัดเลยว่าธุรกิจไม่ดีนี่นา”
พูดจบ เขาก็ยิ้มแย้มพูดกับเย่เฉินว่า “น้องชาย ฉันล้วงกระเป๋าเองเลย ให้ชิปกับนายหนึ่งหมื่นเล่นดูก่อน ลองมือสักหน่อย!”
สำหรับคาสิโนแล้ว ชิปที่ให้ไปในตอนแรกก็คือการล่อเหยื่อ พวกเขามีหมื่นกว่าวิธีที่จะชนะชิปที่ให้ไปก่อนหน้านี้คืนมา จากนั้นก็ค่อยหลอกล่อให้ลูกค้าล้วงเงินของตัวเองออกมาเล่น
เวลานี้เย่เฉินยิ้มออกมาแล้ว และพูดอย่างนิ่งเฉยว่า “ฉันเย่เฉินคนนี้พนันตั้งแต่เหนือลงใต้ เล่นตั้งแต่ตะวันออกยันตะวันตก ถึงแม้จะแพ้เยอะชนะน้อย แต่ก็ยังไม่เคยเอาชิปของคนอื่นมาลงเล่น ขายหน้าอย่างนั้นไม่ไหว!”
พูดจบ เขาก็หยิบเงินสดออกมาจากถุงสิบปึก แล้วก็โยนใส่อ้อมแขนของกัวเหล่ย พูดนิ่งๆว่า “ไป แลกชิปมาให้ฉันก่อนหนึ่งแสน”
เผชิญหน้ากับเงินสดหนึ่งแสนดอลลาร์แคนาดาที่จู่ๆก็โยนมาใส่ กัวเหล่ยจับไว้อย่างยากลำบาก กว่าจะจัดเรียงถือเงินหนึ่งแสนดอลลาร์แคนาดาไว้ได้อย่างแน่นหนา
วินาทีนี้ เขามีความรู้สึกถึงความอัปยศที่ถูกเย่เฉินสั่งไปสั่งมา อดที่จะแอบด่าในใจไม่ได้ว่า “แม่งเอ้ย ไอ้หนูเหี้ยนี้อวดดีจริงๆเลย กูไม่ใช่ลูกน้องในคาสิโนสักหน่อย แต่มึงแม่งกล้าสั่งให้กูไปแลกชิปให้มึงเนี่ยนะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...