แต่เขาคิดกลับกัน “ในแขนฉันเป็นเงินจริงหนึ่งแสนดอลลาร์แคนาดาเชียวนะ!ดีไม่ดีคืนนี้สามารถชนะเอาเงินทั้งถุงนั้นของไอ้หนุ่มคนนี้มาได้จนหมด!นี่เป็นธุรกิจที่ใหญ่เชียวนะ…จะต้องควบคุมอารมณ์ไว้….”
ฉะนั้น ความโมโหในใจของเขาก็หายไปทันที แล้วเอาความอัปยศนี้ทิ้งออกไปไกล
เขาแอบคิดในใจ “ไอ้น้องชายคนนี้แค่ดูก็รู้แล้วว่าเป็นคนที่ไม่ขาดเงิน คาดว่าก่อนหน้านี้ไปพนันที่อื่นก็คงจะถูกคนอื่นดูแลบริการเป็นคุณชาย คงจะชินกับการสั่งคนอื่นไปๆมาๆแบบนี้แล้ว ช่างเถอะ วันนี้ฉันก็บริการมันสักหน่อย ใครมันจะแม่งมีปัญหากับเงินละ….”
คิดถึงนี่แล้วเขาก็รีบพูดยิ้มๆว่า “โอเคเลยน้องชาย นายรอเดี๋ยวนะ ฉันจะไปแลกชิปให้นายเดี๋ยวนี้!”
ไม่นาน กัวเหล่ยก็ยกชิปหลากหลายสีสันมาให้กับเย่เฉินหนึ่งถาด
มูลค่าของชิป เริ่มตั้งแต่หนึ่งร้อย และมากกว่าก็ยังมีห้าร้อยกับหนึ่งพัน
เขายื่นชิปไปให้ตรงหน้าเย่เฉิน แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “น้องชาย ชิปของนาย!”
เย่เฉินพยักหน้า โบกมืออย่างไม่สนใจ แล้วพูดว่า “นายถือไว้แล้วกัน”
“ฉัน….” กัวเหล่ยนิ่งไป และรู้สึกได้ถึงการโดนสบประมาทอีกครั้ง
แต่ว่าเย่เฉินก็ได้หยิบเอาชิปหนึ่งพันดอลลาร์แคนาดาออกมาห้าตัว แล้วยัดเข้าในกระเป๋าของกัวเหล่ย และพูดว่า “สบายใจได้ ไม่ได้ให้นายถือฟรีๆ”
สีหน้าของกัวเหล่ยตะลึงเล็กน้อย จากนั้นก็รู้สึกว่า เย่เฉินคนนี้จะต้องเป็นผีพนันที่เที่ยวคาสิโนบ่อยแน่นอน อีกอย่างแค่ดูก็เป็นคนที่ออกตัวใจกว้างด้วย ให้ทิปยังให้ตั้งห้าพันดอลลาร์แคนาดา สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในคาสิโนของตัวเองมาก่อนเลย
ดังนั้น กัวเหล่ยรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นเยินยอ แล้วพูดยิ้มแย้มว่า “โอ๊ะ ขอบคุณครับคุณเย่!”
กัวเหล่ยเดินไปด้านหน้าแล้วมองดู เห็นว่าคนที่นั่งตรงข้ามกับเจ้ามือบนโต๊ะมีเพียงแค่ไม่กี่พันดอลลาร์แคนาดา จึงตบบ่าของเขาแล้วเอ่ยปากพูดว่า “ลุกขึ้น ไปเล่นอย่างอื่นไป”
คนๆนั้นกำลังอยากจะเหวี่ยงอารมณ์โมโห แต่เมื่อเห็นว่าคนที่พูดคือกัวเหล่ย ก็รีบพยักหน้าอย่างไม่ค่อยพอใจ แล้วรีบเก็บชิปของตัวเอง และหลีกที่นั่งให้
จากนั้น กัวเหล่ยก็พูดกับเย่เฉินอย่างนอบน้อมว่า “เชิญครับคุณเย่ คุณนั่งที่ตรงนี้ครับ”
เย่เฉินพยักหน้า แล้วก็ตรงไปนั่งยังที่นั่งตรงนั้น จากนั้นก็ถามว่า “กฎยังไงบ้าง?”
กัวเหล่ยพูดยิ้มๆว่า “ก็ไม่ได้มีกฎอะไรพิเศษครับ วิธีเล่นก็เหมือนกับของในประเทศ ก็แค่จำนวนวางเดิมพันน้อยที่สุดต่อครั้งคือหนึ่งร้อยดอลลาร์แคนาดา คาสิโนกินเงิน 5% ของเงินที่วางเดิมพันครับ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...