เย่เฉินเองก็ไม่ทำให้กัวเหล่ยผิดหวัง ไม่นานก็ยิ่งอยู่ยิ่งถลำลึกในการเล่นพนันไพโกวครั้งนี้
เพิ่งผ่านไปเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง ชิปหนึ่งแสนที่เขาแลกมา ก็แพ้ไปจนหมดสิ้นแล้ว
กัวเหล่ยเห็นว่าเย่เฉินแพ้ชิปตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่แล้ว สีหน้ายังดูไม่พอใจ จึงรีบเข้าปลอบใจพูดว่า “คุณเย่ครับ ครั้งนี้ดูเหมือนดวงจะไม่ค่อยดีนัก เฉียดฉิวอยู่ตลอด พักผ่อนกันสักหน่อย ตาเมื่อกี้ หน้าไพ่ของคุณใหญ่ขึ้นมาแล้ว ผมก็คิดว่าคุณจะต้องชนะแน่นอน ไม่คิดเลยว่าเจ้ามือจะใหญ่กว่าคุณแค่นิดเดียวเท่านั้น ซวยจริงๆนะครับ”
เย่เฉินมองกัวเหล่ย ยิ้มเล็กน้อย แล้วสะบัดมือพูดว่า “เรื่องแพ้ชนะเป็นเรื่องปกติ อีกอย่างเงินแค่นี้ ยังไม่นับถึงการแพ้ชนะ อย่างมากก็เป็นแค่เหยื่อล่อเท่านั้น”
พูดจบ เขาก็เอาถุงในมือโยนให้กับกัวเหล่ยทั้งถุง แล้วพูดว่า “ไป เอาเงินพวกนี้ไปแลกชิปมาให้ฉัน!”
กัวเหล่ยรับเงินสดที่เย่เฉินโยนมาให้ ในใจแอบยินดี แล้วก็รีบไปแลกชิปมาหนึ่งถาดให้กับเขา
ครั้งนี้ เขาไม่ได้แลกชิปหนึ่งร้อยมาให้กับเย่เฉินอีก มูลค่าที่น้อยที่สุดอยู่ที่หนึ่งพันดอลลาร์แคนาดา และยังมีสองพัน ห้าพันกับหนึ่งหมื่น
เมื่อเขาถือชิปกลับมา ก็วางไว้ให้ตรงหน้าเย่เฉินอย่างนอบน้อม และพูดอย่างเคารพว่า “คุณเย่ครับ ชิปของคุณครับ คุณลองนับดูก่อน”
“ไม่ต้องแล้ว” แค่ดูเย่เฉินยังขี้เกียจดู แล้วก็หยิบเอาชิปหนึ่งหมื่นดอลลาร์แคนาดาโยนให้กับเขา พูดว่า “อันนี้ให้นาย”
“โอ๊ะ ขอบคุณครับคุณเย่ คุณช่างใจกว้างให้หนักจริงๆเลยครับ!”
กัวเหล่ยรับชิปมาอย่างปลื้มใจ ปากพูดขอบคุณนักหนา ในใจยินดีจะตายอยู่แล้ว
เย่เฉินไม่ได้สนใจเขา แล้วก็หยิบเอาชิปหนึ่งหมื่นตัวหนึ่งออกมาวางไว้บนโต๊ะ เคาะโต๊ะแล้วพูดกับคนแจกไพ่ว่า “มา แจกไพ่”
คนแจกไพ่พยักหน้า สายตาเหลือบมองไปทางกัวเหล่ย เห็นว่ากัวเหล่ยกอดอกไว้ มือขวาจับแขนซ้ายไว้ก็รู้แล้วว่ากัวเหล่ยอยากจะให้เย่เฉินแพ้อีกตา ฉะนั้นในตอนที่ล้างไพ่ก็ได้แอบโกงอีกครั้ง
ส่วนกัวเหล่ย ตอนนี้ได้กลายเป็นผู้นำของการพนันไปแล้ว
ฉะนั้น เขาจึงแจกไพ่เล็กมากๆให้กับเย่เฉิน
หลังจากเปิดไพ่ เจ้ามือก็ยังชนะเย่เฉินด้วยข้อดีกว่าเพียงเล็กน้อยอีกครั้งอย่างไม่ต้องคาดเดา
เวลานี้ เย่เฉินลุกขึ้น พูดกับกัวเหล่ยว่า “พอแล้ว ไม่เล่นแล้ว วันนี้ดวงไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
กัวเหล่ยรีบหยิบชิปหนึ่งหมื่นออกมา ยื่นให้กับเย่เฉิน พูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณเย่ครับ คุณใช้ชิปจำนวนหนึ่งหมื่นดอลลาร์แคนาดาเล่นอีกสักสองตามั้ยครับ ไม่แน่ดวงอาจจะพลิกก็ได้นะครับ”
เย่เฉินโบกมือ พูดนิ่งๆว่า “ไม่เล่นแล้ว เล็กๆน้อยๆ ชนะกลับมาก็ไม่มีประโยชน์อะไร”
พูดแล้ว เขาก็เอ่ยปากพูดกับกัวเหล่ยว่า “เอาอย่างนี้ คืนพรุ่งนี้เวลาเดิม เดี๋ยวฉันเตรียมเงินมาสองล้าน”
เมื่อกัวเหล่ยได้ยินเช่นนี้ ก็ดีใจจนแทบจะหุบปากไม่ได้ รีบพูดว่า “ในเมื่อพรุ่งนี้คุณเย่ยังอยากจะเล่นอีก งั้นวันพรุ่งนี้ผมไปรับคุณที่บ้านเสี่ยวเฟินเหมือนเดิมนะครับ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...