“ไอ้เวรเอ๊ยรนหาที่ตาย!”
คำพูดของว่านพั่วจวิน ทำเอาสมาชิกแก๊งทุกคนไม่พอใจขึ้นมาสุดขีดทันที รวมทั้งอังเดรด้วย!
อังเดรถึงขั้นขึ้นนกของปืนพก ราวกับว่าถ้านายกล้าพูดความจริงออกมาอีก ฉันจะฆ่าแกทิ้งซะ
แม้ว่าพวกเขาทั้งหมดล้วนรู้ว่าแก๊งของพวกเขาไม่อยู่ในสามอันดับแรกในแวนคูเวอร์ อีกทั้งยังรู้ด้วยว่าประสิทธิภาพการต่อสู้ของพวกตนยังไม่ติดห้าอันดับแรก แต่ถูกคนมาฉีกหน้าแบบนี้ ทำให้พวกเขารู้สึกถูกดูหมิ่นจริงๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งประโยคสุดท้ายของว่านพั่วจวิน ที่เจาะจุดอ่อนของพวกเขาเต็มๆ
แก๊งอิตาลีโชคร้ายจริงๆ ในช่างหลายปีมานี้
ก่อนหน้านี้พวกเขามีสถานะไม่เลวในแคนาดา ทั้งหมดก็ล้วนเพราะพวกเขามาก่อน
ก่อนที่ผู้อพยพชาวเอเชียจำนวนมากจะหลั่งไหลเข้าสู่แวนคูเวอร์ พวกเขาได้ออกจากซิซิลีและมาตั้งแก๊งของตนเองขึ้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
อย่างไรก็ตาม หลังสงครามเวียดนาม ทหารเวียดนามที่ปลดประจำการและพ่ายแพ้จำนวนมากได้เดินทางมาแคนาดา และอาศัยคุณสมบัติทางการทหารที่ยอดเยี่ยม ในไม่ช้าพวกเขาก็เข้ายึดพื้นที่ในแคนาดาไปได้
ตั้งแต่นั้นมา ชีวิตของแก๊งอิตาลีก็ไม่ง่ายอีกต่อไป
ต่อมาการเพิ่มขึ้นของแก๊งชาวจีนและการแทรกซึมของกองกำลังยุโรปตะวันออก แม้กระทั่งชาวเวียดนามก็อยู่ยากขึ้นเรื่อย ๆ นับประสาอะไรกับแก๊งอิตาลี
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แก๊งอิตาลีทั้งหมดต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดท่ามกลางรอยแตกร้าว และใช้ชีวิตอย่างกดดันจริงๆ
ว่านพั่วจวินในเวลานี้ไม่ใส่ใจปืนพกของอังเดร และไม่แม้แต่จะมองดูเขา แต่กลับพูดกับเย่เฉินอย่างสงบว่า "คุณเย่ สถานที่เล็กๆ ที่มีประชากรไม่ถึงหนึ่งล้านอย่างแวนคูเวอร์ ถ้าคุณสนใจ แค่ให้เวลาผมหนึ่งคืน ผมจะทำให้หัวหน้าแก๊งทั้งหมดในแวนคูเวอร์มาคุกเข่ายอมศิโรราบต่อหน้าคุณ!"
ว่านพั่วจวินพยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้มว่า "รองหัวหน้าที่ดี ไม่ต้องกังวล ฉันจะดูแลนายมากขึ้นเองในอนาคต"
ในเวลานี้ กัวเหล่ยยังคงไม่รู้ว่าสิ่งที่เรียกว่าการดูแลมากขึ้นนั้นหมายถึงอะไรกันแน่
เขารู้เพียงแค่ว่าศักดิ์ศรีของเขา ในเวลานี้กำลังถูกยั่วยุและดูหมิ่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
พูดจบ เขาก็หันไปพูดกับสมาชิกหลายคนของแก๊งอิตาลีทันที "พวกนาย จัดการลากมันไปที่ดาดฟ้าแล้วทุบตีมันแรงๆสักยก! แล้วก็ช่วยฉันฉีกปากมันด้วย!”
สมาชิกของแก๊งอิตาลี รีบพุ่งเข้าไปหาว่านพั่วจวินด้วยท่าทางดุดันทันที
ขณะที่พวกเขาเดินเข้าไป ก็ยังจงใจหักนิ้วเล่นให้มีเสียงดังขึ้นด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...