ณ วินาทีนี้ โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนลงตรงหน้าเธอ
คลอเดียเหมือนอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น
ภาพใบหน้ายิ้มแย้มและเสียงหัวเราะของพ่อแม่และน้องชายทั้งสองปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างต่อเนื่อง ดูสมจริงจนยากจะหาสิ่งใดมาเทียบ
เปลวไฟแห่งการแก้แค้นที่ลุกโชนอยู่ตรงหน้า ก็กำลังแผดเผาผิวเธอในระยะประชิด เผาจนกระทั่งน้ำตาที่ไหลลงมาไม่ขาดสายจากดวงตากลมโตนั้นเหือดแห้ง
แต่ก่อน ความเกลียดแค้นทำให้เธอต้องก้าวเดินไปข้างหน้าเพียงลำพังอย่างยากลำบากพร้อมกับภาระอันแสนหนักอึ้งที่ต้องแบกรับไว้
ทว่าเมื่อความเกลียดแค้นทั้งหมดดับสูญไปกับเปลวเพลิงตรงหน้า จนในที่สุด นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกเหมือนถูกปลดปล่อย
เพียงแต่เมื่อเทียบกับเธอ วินาทีแรกที่หลี่เสี่ยวเฟินเห็นคนตัวเป็นๆถูกแผดเผาด้วยเสียงร้องโหยหวนต่อหน้าต่อตา ก็สะพรึงจนได้แต่ตัวสั่น
เธอทนไม่ได้จนต้องก้มหน้าหลบในอ้อมแขนของเย่เฉิน ปิดตาแน่นจนไม่กล้ามองอีก แต่เย่เฉินกลับตบหลังเธอเบาๆ พลางเอ่ยข้างหูเธอเสียงเบาว่า “อย่ากลัวไปเลย นี่ก็คือโฉมหน้าที่แท้จริงของโลกใบนี้”
แม้ว่าหลี่เสี่ยวเฟินจะเป็นเด็กกำพร้า ทว่าก็ถูกสถานสงเคราะห์รับเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ช่วงชีวิตที่เติบโต ไม่เพียงแต่มีป้าหลี่ที่คอยดูแล ยังมีเหล่าพวกพ้องตัวน้อยที่คอยปกป้องเธออยู่เสมอ
แม้ว่าชีวิตจะลำบากไปหน่อย แต่ทุกคนก็ไม่เคยทำให้เธอรู้สึกเสียใจหรือน้อยใจ ไม่เคยให้เธอได้มีโอกาสเผชิญกับความโหดร้ายและภยันตรายของโลกใบนี้เลย
ทว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำให้เย่เฉินตระหนักได้ว่า หลี่เสี่ยวเฟินนั้นยังอ่อนต่อโลกอีกมากมายแค่ไหน
เธอในอายุยี่สิบกว่าปี ยังไม่เข้าใจถึงด้านมืดของโลกเท่ากับคลอเดียที่อายุเพียงสิบแปดด้วยซ้ำ
อีกอย่าง ถ้าไม่ใช่เพราะคลอเดียพยายามหาวิธีแจ้งบอกเขา หลี่เสี่ยวเฟินก็อาจจะถูกกัวเหล่ยฆ่าไปแล้วก็ได้
คลอเดียรีบเอ่ยตอบทันทีว่า “พี่เสี่ยวเฟินอย่าพูดแบบนี้เลย ฉันมากกว่าที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณพี่กับป้าหลี่ ไม่งั้นฉันก็คงต้องเร่ร่อนอยู่ข้างถนนไปนานแล้ว”
เย่เฉินเอ่ยกับทั้งสองคนว่า “เธอสองคนอย่าขอบคุณกันไปมาอีกเลย เดี๋ยวฉันให้คนส่งทหารหญิงมารับพวกเธอไปที่ห้องโดยสาร ที่นี่ยังมีเรื่องให้ฉันต้องจัดการต่ออีกสักหน่อย”
หลี่เสี่ยวเฟินพยักหน้าเบาๆ คลอเดียมองอังเดรและสมาชิกคนอื่นๆของแก๊งอิตาลีครู่หนึ่ง ก่อนจะปริปากถามเย่เฉินว่า “คุณเย่ พวกเขา.....คุณจะจัดการยังไงต่องั้นเหรอ?”
เย่เฉินถามเธอกลับว่า “เธออยากให้ฉันจัดการยังไง?”
คลอเดียส่ายหน้า พลันเอ่ยตอบว่า “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน......เพียงแค่รู้สึกว่า แม้ว่าพวกเขาจะมีความผิดก็จริง แต่ความผิดของคนส่วนใหญ่นั้นก็ไม่ถึงกับต้องตาย......”
เย่เฉินเผยยิ้มอ่อนๆ ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “เรื่องนี้เธอไม่จำเป็นต้องกังวลไปหรอก ฉันจะไว้ชีวิตพวกเขาแน่นอน ให้โอกาสพวกเขาได้กลับตัวกลับใจอีกสักครั้ง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...