มองจากที่ไกลๆ ก็เหมือนแสงสว่างดวงเล็กที่กำลังล่องลอยอยู่บนผิวน้ำอย่างเชื่องช้า
คนขับเรือเห็นดังนั้น ก็รีบพูดขึ้นมาทันทีว่า “พวกเขามาแล้ว!”
เย่เฉินจดจ้องแสงดวงเล็กที่ยังอยู่ไกล ก่อนจะเอ่ยกับว่านพั่วจวินว่า “พั่วจวิน รออีกฝ่ายมาถึงเมื่อไหร่ นายก็พาคนบุกเข้าไปหาพวกมัน จัดการพวกที่ยังมีแรงขัดขืนให้หมดก่อน แล้วจับตัวพวกมันมาสักสองสามคนมาสอบปากคำ”
ว่านพั่วจวินพยักหน้า พลันเอ่ยปากว่า “คุณเย่ไว้ใจได้ ผมจะลุล่วงตามที่สั่งแน่นอน!”
เย่เฉินรู้ดี ว่าเบื้องหลังธุรกิจสีเทาแบบนี้ต้องซับซ้อนซ่อนเงื่อนขนาดไหน อุตสาหกรรมห่วงโซ่ตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง คงน่าจะครอบคลุมไปทั่วทั้งยุโรปอเมริกาแล้ว
ฉะนั้น เขาเองก็รู้ดีอีกเช่นกัน ว่าไม่มีทางที่ตัวเองจะสามารถทำลายห่วงโซ่ทั้งหมดให้สิ้นซากได้
แต่ในเมื่อเขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ซ้ำยังมาบังเอิญรู้เข้าว่าคนพวกนี้จะมีการลักลอบส่งมอบคนกันในคืนนี้ เย่เฉินจึงตัดสินใจว่ายังไงก็ให้บทเรียนสักเล็กน้อยกับคนพวกนี้จะดีกว่า
ไม่ว่าคนกลางของพวกแก๊งในแวนคูเวอร์จะเป็นใคร แต่อย่างน้อยคืนนี้ก็ต้องล่อให้คนของคนกลางที่ถูกส่งมาเอาของติดกับเสียก่อน จากนั้นก็ค่อยมาบีบบังคับให้พวกมันคายข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกมา
พรุ่งนี้เช้า แก๊งอิตาลีทั้งแก๊งก็จะเหมือนหายสาบสูญไปจากโลกใบนี้ คนที่มารับมอบของจากพวกเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย นี่จะสามารถเป็นคำเตือนให้คนกลางที่แท้จริงได้แน่ ๆ ว่าอย่างน้อยพวกเขาก็ควรที่จะอยู่ห่างๆจากแวนคูเวอร์
ณ เวลานี้ แสงสว่างบนผิวน้ำทะเลนั่นยิ่งเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ
ทว่าอีกฝ่ายกลับหยุดชะงักตั้งแต่ระยะทางห่างสองกิโลเมตรจากเรือสินค้า
พลันเอ่ยต่อว่า “ทว่า คนที่สามารถซื้อเรือแบบนี้ได้ ฐานะเบื้องหลังก็น่าจะโดดเด่นไม่ธรรมดา ดูเหมือนว่าอาชญากรรมค้ามนุษย์ในแถบยุโรปปอเมริกา น่าจะมีพวกชนชั้นสูงไม่น้อยที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย”
ทันใดนั้น เย่เฉินก็เรียกหนึ่งในสมาชิกของแก๊งอิตาลี พลันเอ่ยถามว่า “แต่ก่อนตอนที่พวกนายส่งมอบคนทางทะเล ก็นัดเจอกับเรือลำนี้หรือเปล่า?”
สมาชิกแก๊งอิตาลียกกล้องส่องทางไกลขึ้นมาดู สักพักก็ส่ายหน้าตอบว่า “ผมไม่เคยเห็นเรือลำนี้มาก่อนเลย ที่ผ่านมาเรือที่มารับคนจากพวกผมจะมีแต่เรือสินค้า ปกติพวกเขาจะเก็บคนซ่อนไว้ในกล่องที่ถูกทำขึ้นมาโดยเฉพาะ พอถึงท่าเรือแล้ว ก็จะมีคนจากฝั่งตัวแทนค้าต่างขับรถบรรทุกสินค้ามารับเอากล่องไป จะไม่ใช้เรือสำราญที่ใหญ่และหรูหราขนาดนี้”
เย่เฉินขวดคิ้ว “ปกติตัวแทนพวกนั้นทำยังไง?”
ชายคนนั้นรีบตอบทันทีว่า “ปกติแล้วคนจะถูกส่งไปที่เมืองของตัวแทน พวกเขาจะตรวจดูและทำการพิจารณาคน แล้วคนที่ตรงตามมาตรฐานประมูลขายก็จะถูกเก็บไว้ ส่วนที่เหลือก็เอาไปขายต่อให้พวกองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ นี่เป็นช่องทางการค้าที่เห็นได้ทั่วไป”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...