เย่เฉินพยักหน้าเบาๆ เอ่ยปากว่า “งั้นเอาแบบนี้ เราค่อยๆเข้าหาพวกมันช้าๆ จากนั้นนายก็หาทหารร่างผอมไม่กี่คน ปลอมตัวแล้วนอนราบบนดาดฟ้าเรือ พยายามเข้าใกล้พวกมันให้ได้มากที่สุด ก่อนที่พวกมันจะจับสังเกตได้”
ว่านพั่วจวินแปลกใจเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามว่า “คุณเย่หมายถึงต้องการหาโอกาสเข้าใกล้พวกมัน จากนั้นก็ค่อยจับตัวพวกมันหรือเปล่าครับ? ผมคิดว่า วิธีนี้ไม่น่าจะได้ผล......อีกฝ่ายระแวงขนาดนี้ ถึงเราจะย่นระยะห่างได้จนเหลือหนึ่งกิโลเมตร แต่ถ้าพวกมันรู้เข้าแล้วรีบขับเรือหนีเต็มสปีด เราก็ไม่มีวิธีอะไรที่จะเอาพวกมันอยู่เลย......”
ว่านพั่วจวินรู้สึกว่า ถึงแม้เย่เฉินจะมีความสามารถเก่งกาจขนาดไหน ก็ไม่มีทางที่จะไล่ตามความเร็วเรือเก้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยขาทั้งสองข้างบนผืนทะเลกว้างใหญ่ได้
ทว่า เย่เฉินกลับเอ่ยด้วยสีหน้าเยือกเย็นว่า “ฉันไม่ได้จะไล่ตามมัน แต่จะทำลายมันต่างหาก!”
“ทำลาย?!”
ว่านพั่วจวินได้ยินดังนั้นแล้วก็เบิกตาโพลงอ้าปากค้าง
เขาคิดว่าเย่เฉินต้องเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับสถานการณ์ทั้งสองฝั่งแน่ๆ จึงเอ่ยต่อว่า “คุณเย่......แต่พวกผมไม่มีอาวุธที่สามารถยิงทำลายเรือขนาดนี้ได้น่ะสิครับ......”
พูดเสร็จ เขาก็อธิบายอย่างจริงจังว่า “ด้วยกำลังอาวุธของเราในตอนนี้ ถึงจะย่นระยะห่างให้เหลือเพียงห้าร้อยเมตร แต่กระสุนที่ยิงออกไปมากสุดก็ทำได้แค่ให้อีกฝ่ายรู้สึกแสบๆคันๆ”
เย่เฉินเผยยิ้ม ก่อนจะเอ่ยตอบว่า “พวกนายไม่มี แต่ฉันมี”
นั่นก็คือยันต์ขลังที่เย่เฉินทำขึ้นมาก่อนงานประมูล
และก็เป็นครั้งนั้น ที่เย่เฉินสร้างเครื่องมือทางธรรมด้วยยาเสริมชี่ปราณที่ถูกเสริมด้วยปราณทิพย์
เครื่องมือที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าฟ้าร้อง-----มีดทะลุวิญญาณ
เครื่องมือแบบยันต์ฟ้าร้อง ตอนอัญเชิญสายฟ้าดูเอิกเกริกยิ่งใหญ่มากมายก็จริง ทว่าพลังโจมตีกลับไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น
คนขับเรือพยักหน้า พลางค่อยๆลดความเร็วลงแล้วเคลื่อนตัวเข้าหาอีกฝ่ายทีละนิด
ระหว่างนั้น เย่เฉินก็เดินออกจากห้องโดยสาร ก้าวเดินมายังหัวเรือ สายตาก็พลางจดจ้องเรือลำใหญ่ที่อยู่ห่างไกล
ไม่นาน เย่เฉินก็เห็นโดรนสีขาวค่อยๆบินขึ้นมาจากบนเรือลำนั้น
โดรนธรรมดาแบบนี้ เด็กอายุเจ็ดขวบก็ยังบังคับได้อย่างคล่องแคล่ว แถมส่งรูปภาพในระยะกิโลเมตรกว่าๆได้อีกด้วย ตอนคราวคามมิตที่ซีเรียครั้งก่อน ก็ใช้โดรนธรรมดาแบบนี้ ทำให้สำนักว่านหลงที่ดูเบาศัตรูเสียเปรียบไปไม่น้อยเลยล่ะ
เย่เฉินเห็นโดรนนั่นบินมายังเรือสินค้าใกล้เข้ามาทุกที พลางลอบคิดในใจว่า เจ้านี่เองก็เคลื่อนไหวเร็วไม่ใช่เล่น สามารถบินสิบกว่ากิโลเมตรได้สบายๆ แค่สองสามนาทีก็บินไปแล้วสองกิโลเมตร
แต่เรือสินค้าของเขาที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้อีกฝ่ายอย่างเชื่องช้า สองสามนาทีมากสุดก็คงได้แค่สามสี่ร้อยเมตรเท่านั้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...