เย่เฉินรีบพูดว่า “ป้าหลี่ นี่ไม่ได้เรียกว่าลำบากเลย! อย่างที่ผมพูดเมื่อกี้ ถึงสภาพแวดล้อมของแคนาดาดีมาก แต่ด้านความปลอดภัยยังมีอันตรายซ่อนอยู่มากมาย ครั้งนี้ผมอยู่สหรัฐอเมริกาพอดี ไม่ห่างกันมาก มีเรื่องจึงมาได้ทันเวลา ขืนผมอยู่ในประเทศ จะบินมาแคนาดาอย่างกะทันหัน เร็วที่สุดก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงหรืออาจนานกว่านั้น พาคุณกับเสี่ยวเฟินกลับประเทศ ผมรู้สึกวางใจกว่า”
พูดพลาง เย่เฉินนึกเรื่องที่ตัวเองบริจาคเงินสร้างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าขนาดใหญ่ขึ้นมาได้ จึงรีบพูดว่า “ใช่สิป้าหลี่ ยังมีอีกเรื่องที่ไม่ทันได้บอกคุณ”
“สองสามวันก่อน ผมเตรียมจะบริจาคเงินสร้างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าขนาดใหญ่ที่เมืองจินหลิง อีกทั้งยังเป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแบบครอบคลุม ที่ประกอบด้วยการศึกษาก่อนวัยเข้าเรียน และการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี การใช้ชีวิต การเรียนของเด็ก ล้วนอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้”
“สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแบบครอบคลุม มีขนาดใหญ่มาก อย่างน้อยสามารถรองรับเด็กกำพร้าได้เป็นหมื่น เมื่อถึงตอนนั้นจะเปิดรับเด็กกำพร้าทั่วทั้งจังหวัด อีกไม่นานจะเริ่มเลือกสถานที่ก่อสร้างแล้ว ถ้าคุณยอม ผมจะให้คุณเป็นผู้อำนวยการ!”
คำพูดของเย่เฉิน ทำให้ป้าหลี่ตกใจจนสะดุ้งโหยง
เธอพูดอย่างตกใจว่า “เย่เฉิน คุณ......คุณพูดจริงเหรอ! สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าขนาดใหญ่เป็นหมื่นคน นี่......นี่ต้องลงทุนเงินเป็นจำนวนมากเลยนะ!”
เย่เฉินยิ้มบางๆ พูดอย่างจริงจังว่า “ป้าหลี่ ตัวผมเองก็ถือว่าเป็นเด็กกำพร้าอยู่ครึ่งหนึ่ง เพื่อนที่โตมาด้วยกัน ก็เป็นเด็กน่าสงสารที่ไม่มีพ่อแม่ ตอนนี้ผมพอมีกำลังแล้ว ควรทำเรื่องที่พอจะทำได้ให้กับกลุ่มเด็กกำพร้า ส่วนเรื่องเงิน ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร”
พูดพลาง เย่เฉินถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดว่า “อันที่จริง ตอนคิดเรื่องนี้ในตอนแรก ผมเคยคิดจะเชิญคุณไปเป็นผู้อำนวยการ แต่พอคิดว่าคุณเกษียณแล้ว อีกทั้งยังปักหลักอยู่ที่แคนาดา กว่าจะปรับตัวกับที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าผมเชิญคุณกลับไปลำบากทำงาน ผมทนไม่ได้จริงๆ......”
ตอนนั้นป้าหลี่บอกตัวเองว่า อันที่จริงเธอฟังคำสั่งของถังซื่อไห่มาตลอด ให้ดูแลตัวเองที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ขนาดป่วยยังจงใจทำให้ตัวเองเจ็บปวดเพื่อหลอกให้อีกฝ่ายเชื่อ
ตอนนั้นร่างกายของป้าหลี่แข็งแรง ดังนั้นเย่เฉินจึงไม่เห็นอะไรผิดปกติ
ตอนนี้ได้ยินหลี่เสี่ยวเฟินพูดว่าป้าหลี่ต้องใช้ยาต้านเป็นเวลานาน จึงอดถามออกมาไม่ได้
ป้าหลี่พูดอย่างรู้สึกผิด “เย่เฉิน......ตอนที่คุณมาหาฉันที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พ่อบ้านถังบอกให้ฉันพูดแบบนั้น ฉันรู้ความจริงของเรื่อง น่าจะเร็วกว่าคุณไม่กี่นาทีเท่านั้น การที่พ่อบ้านถังอยากให้ฉันบอกเรื่องพวกนั้นกับคุณ เพราะต้องการกระตุ้นให้คุณอยากแก้แค้นแทนพ่อแม่ และให้คุณกลับเย่นจิงง่ายขึ้น”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...