เย่เฉินค่อยๆพยักหน้า เขาอยากบอกเฉินจ้างโจงว่า ถ้าหากเฉินจ้างโจงต้องการกลับไป งั้นตัวเองจะต้องช่วยเขาจัดการเศรษฐีแซ่หลิวคนนั้นให้ได้
ถึงขั้น เย่เฉินอยากบอกเฉินจ้างโจงว่า ถ้าหากเขายินดีให้ความร่วมมือกับตนเอง คอยช่วยตัวเองอยู่ห่างๆ เขาจะต้องให้คนของเขาเปลี่ยนจากชีวิตที่ย่ำแย่เป็นชีวิตที่ดีขึ้น
แต่ว่า หลังจากที่เย่เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกว่า วันนี้เป็นการพบกันครั้งแรกของตนเองและเฉินจ้างโจง ถ้าหากริเริ่มพูดคำเหล่านี้ จะแสดงให้เห็นว่าดูตั้งใจเกินไป
อีกอย่าง ตนเองยังขาดความเข้าใจในตัวของเฉินจ้างโจง ทำความสนิทกันไปก่อนจะเป็นไรไป แล้วค่อยๆจัดการแก้ปัญหา
ในตอนนี้ เฉินจ้างโจงริเริ่มที่จะช่วยรินไวน์ของตัวเองและเย่เฉินให้เต็ม ยิ้มและพูดว่า: “คุณชายเย่ อย่าพูดถึงแต่เรื่องของผมเลย พูดเรื่องท่านบ้างดีกว่า ท่านหายตัวไปหลายปีขนาดนี้ หลายคนต่างก็เป็นห่วงความปลอดภัยของท่าน รวมถึงผมด้วย เพียงแต่ว่าผมยังเอาตัวเองไม่ไหวเลย ไม่มีความสามารถเหมือนอย่างคุณกู้หรอก ตามหาท่านไปทั่ว……”
เย่เฉินยิ้มอย่างตื่นเต้น จากนั้นก็บอกเฉินจ้างโจงเกี่ยวกับประสบการณ์คร่าวๆของเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ตอนที่เฉินจ้างโจงรู้ว่า ตอนนี้เย่เฉินเป็นผู้นำตระกูลเย่ เขาตื่นเต้นอย่างมาก พูดชื่นชมอย่างไม่หยุดไม่หย่อน: “คุณชายเย่ ท่านสามารถเป็นผู้นำตระกูลเย่ได้ เชื่อว่าคุณชายฉางอิงที่เป็นวิญญาณบนสรวงสวรรค์ จะต้องปลื้มใจอย่างมากแน่นอน!”
เย่เฉินพยักหน้าเบาๆ กลับอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่ว่า: “สำหรับผมแล้ว มีเพียงแค่ให้ตระกูลเย่ได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกเท่านั้น จึงจะสามารถปลอบประโลมวิญญาณของพ่อในสวรรค์ได้อย่างแท้จริง”
หลังจากที่เฉินจ้างโจงได้ยิน สีหน้าเผยให้เห็นความหวาดผวา
เขาคิดไม่ถึงจริงๆ เย่เฉินจะมีปณิธานเช่นนี้
แต่ว่า ในใจของเขาก็รู้ดี การมีปณิธานที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่เรื่องยาก แต่คิดจะทำปณิธานที่ยิ่งใหญ่ให้เป็นความจริง เป็นสิ่งที่ยากมหันต์
เย่เฉินเหมือนเย่ฉางอิงมากแค่ไหน เขาก็ไม่ค่อยรู้เท่าไหร่
เฉินจ้างโจงขมวดคิ้วเล็กน้อย ทันใดนั้นก็รับรู้ถึงความรู้สึกที่แตกต่างไปนิดหน่อย
แม้ว่าเขาเป็นเถ้าแก่น้อยของร้านห่านย่างคนหนึ่ง แต่เนื่องจากตอนนั้นเขาเรียนการเงินมา และลงทุน การเงิน และการจัดการธุรกิจ สิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดคือการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
เนื่องจากเป็นนิสัยที่มีมานานหลายปี เขาให้ความสนใจอย่างมากกับข้อมูลที่มีค่ารอบตัวเขาขอเพียงแค่มีเนื้อหาเท่านั้น ไม่ว่าอะไร เขาก็จะระมัดระวังอยู่ในหัว และวิเคราะห์จนเกิดเป็นความเคยชิน
ดังนั้น ในนครนิวยอร์กตลอดหลายปีที่ผ่านมามีเรื่องสำคัญอะไรที่เกิดขึ้นบ้าง โดยพื้นฐานแล้วเขารู้เรื่องนี้ดี
และเป็นเพราะนิสัยเช่นนี้ เขาได้เห็นและวิเคราะห์หลายสิ่งหลายอย่างมากมาย และเขาได้สรุปกฎเกณฑ์ของตัวเองออกมาแล้ว
ประการแรกคือกิจกรรมการกุศล ในเมืองนครนิวยอร์ก แทบจะไม่มีใครจัดงานการกุศลที่ไม่เป็นจุดสนใจเลย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...