หลี่ญ่าหลินพยักหน้า และพูดด้วยรอยยิ้มว่า: “นายวางใจได้ เมื่อกี้นี้ฉันบอกว่า ฉันมาตรวจสอบคดีใหญ่ จับกุมผู้อพยพผิดกฎหมายอย่างนาย ไม่ต้องให้พล.ต.ท.อย่างฉันคนนี้ออกโรงด้วยตัวเอง”
จากนั้น เขาโยนโทรศัพท์เครื่องหนึ่งไปตรงหน้าของจางเหิงไข่ และพูดออกมาว่า: “นายดูรูปภาพข้างในนี้ให้ดีๆ คิดดูดีๆว่าทุกคนที่เจอมาตั้งที่นายมาที่นี่จนถึงตอนนี้ จากนั้นบอกกับฉันว่า ข้างในขาดใครไปบ้าง ถ้าหากนายให้ความร่วมมือดีๆ งั้นฉันไม่เพียงแต่สามารถปล่อยนายไปได้ ยังสามารถที่จะให้เงินสดเป็นการตอบแทนให้กับนายได้บ้าง”
เมื่อจางเหิงไข่ได้ยินสิ่งนี้ ก็รับโทรศัพท์มาโดยไม่ต้องคิด ต่อจากนั้นก็เลื่อนเปิดดูรูปภาพข้างในทันที
เขาเลื่อนไปด้วย ก็พึมพำไปด้วยว่า: “ฉันไม่เคยเจอคนมากมายข้างในนี้มาก่อนนะ…….”
หลี่ญ่าหลินกำชับว่า: “ไม่ต้องสนว่านายเคยเจอหรือไม่เคยเจอ นายสนแค่ว่านายเคยเจอแต่ไม่อยู่ข้างในนี้”
จางเหิงไข่รีบพยักหน้า หลังจากที่เลื่อนเปิดดูรูปภาพทั้งหมดเสร็จ เขาพูดอย่างค่อนข้างสงสัยว่า: “เฮ้ย……คนญี่ปุ่นหลายคนนั้นที่มากับผม เหมือนจะไม่ได้อยู่ข้างในนี้นะ!”
หลี่ญ่าหลินก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาในทันที รีบมองดูเขาแล้วถามว่า: “คนญี่ปุ่นที่พูดถึงคือหมายความว่ายังไง?”
จางเหิงไข่ไม่กล้าเสียเวลา และรีบพูดว่า: “ผมถูกโรงแรมจ้างให้เป็นพนักงานชั่วคราว พนักงานชั่วคราวกลุ่มเดียวกันที่เข้ามาพร้อมกับผม ทั้งหมดมีสิบกว่าคน ข้างในมีคนญี่ปุ่นหลายคน แต่ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในรูปภาพเหล่านี้!”
หลี่ญ่าหลินถามว่า: “คนญี่ปุ่นหลายคนที่นายพูดถึงหน้าตาเป็นยังไง? มีลักษณะพิเศษ ยังไง?”
จางเหิงไข่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า: “หน้าตาเหรอ ก็ดูเหมือนหน้าคนทั่วไปเลยนะ สำหรับลักษณะพิเศษ ก็รู้สึกว่าท่าทางของพวกเขาดูค่อนข้างจริงจัง และไม่ยิ้มแย้ม ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาไม่เคยพูดคุยกัน แต่ใช้สายตาสื่อสารกัน ลับๆล่อๆ มองแวบเดียวก็ไม่ใช่คนดีอะไร”
หลี่ญ่าหลินถามด้วยความประหลาดใจ: “พวกเขาไม่พูดคุยกัน นายรู้ได้ยังว่าพวกเขาเป็นคนญี่ปุ่น?”
จางเหิงไข่มองไปที่รูปถ่ายในคู่มือพนักงาน และสรุปในทันทีว่า: “ถูกต้อง ก็คือเขา!”
หลี่ญ่าหลินพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ในความเห็นของเขา หาความคืบหน้าได้แล้ว
ดังนั้น เขาพูดกับจางเหิงไข่ว่า: “นายทำดีมาก”
จากนั้น ก็หยิบกระเป๋าเงินออกจากกระเป๋าของตัวเอง หยิบเงินสดห้าร้อยดอลลาร์สหรัฐออกมาแล้วยื่นให้จางเหิงไข่ และพูดว่า: “เงินนี้นายเอาไว้ก่อน ถ้าหากต้องการสอบถามคำถามอะไร ฉันจะหานายอีก”
จางเหิงไข่รับเงินสดมาโดยได้รับความเมตตาอย่างคาดคิดไม่ถึง และถามโดยไม่รู้ตัวว่า: “พล.ต.ท.หลี่…….ผม……ผมไม่ต้องไปสถานีตำรวจใช่มั้ย?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...