ซ่งเผิงไม่สงสัย เขาพยักหน้า เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบตัว ใบหน้าของเขาก็เผยรอยยิ้มแจ่มใสและเอ่ยปากว่า “เสี่ยวหยวนหยุดเลิกงานแล้ว ฉันจะพาเธอไปลาสเวกัสเที่ยวเล่นเป็นไง?"
“ไปลาสเวกัส?” สาวใช้พูดอย่างอึดอัด “แค่เราสองคนเหรอ?”
"ใช่!" ซ่งเผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนว่าเป็นพวกเราสองคน บียอนเซ่มีงานใหญ่ที่ลาสเวกัสคาสิโนเมื่อเร็วๆ นี้ เธอชอบบียอนเซ่มาตลอดไม่ใช่หรือไง? ฉันจะพาเธอไปดู เปิดโลกสักหน่อย”
สาวใช้ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็อดไม่ได้ที่จะดูหมิ่นในใจ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน หากเธอได้ยินเรื่องแบบนี้ ในใจคงจะตั้งหน้าตั้งตารออย่างยิ่งแน่
แต่ตอนนี้ ก็แค่บียอนเซ่ จะมาเธอเข้าตาได้ยังไง?
ในความคิดของเธอ ต่อไปตนเป็นถึงว่าคุณนายของตระกูลเฉียวเชียวนะ
ดังนั้น เธอจึงแทบจะเอ่ยปากปฏิเสธในทันที
อย่างไรก็ตาม เธอนึกขึ้นได้ถึงคำกำชับของเฉียวเฟยหยุนขึ้นมาอีกครั้ง ว่าให้เธอคอยจับตาดูให้มากหน่อย ดังนั้นเธอจึงมองดูซ่งเผิงและพูดด้วยรอยยิ้มว่า "ถ้ามีโอกาสจริงๆ ฉันก็ไม่มีปัญหาแน่ แต่ตอนนี้มีในตระกูลมีเรื่องหลายอย่าง พวกเราคงไม่ได้พักกันเร็วๆนี้หรอก?”
ซ่งเผิงเบ้ปากแล้วพูดอย่างสบายๆว่า “พวกเราก็เป็นแค่คนหาเช้ากินค่ำธรรมดาๆ ถึงเวลาพักก็ควรพัก ไม่จำเป็นต้องกังวลกับเจ้าบ้านมากเกินไปหรอก นอกจากนี้ เรื่องที่เธอกังวลก็อาจไม่มาถึงตัวเธอ ยกตัวอย่างคนใช้อย่างพวกเธอ โดยปกติแล้วมีคนผลัดกันจำนวนมาก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นทุกคนก็ไม่พักแล้ว และรีบพุ่งไปที่ห้องนายหญิงกัน แบบนั้นนายหญิงก็คงทนไม่ไหวเหมือนกัน”
สาวใช้พยักหน้า: “ที่นายพูดมาก็มีเหตุผล...”
ซ่งเผิงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "แต่เดิมมันก็เป็นอย่างนี้แหละ"
พูดจบ เขาก็ลดเสียงลงแล้วพูดกับสาวใช้ว่า “ตอนนี้ฉันกำลังคุยงานครั้งใหญ่ เพิ่งจะดีลได้เมื่อสองวันมานี้แหละ ถึงเวลานั้นจะต้องมีโบนัสไม่น้อยแน่ รอให้ฉันได้โบนัสแล้วฉันจะพาเธอไปปลดปล่อยที่ลาสเวกัสสองสามวัน!"
สาวใช้ดูถูกอยู่ในใจ แต่ปากก็ถามด้วยความสงสัย "งานใหญ่อะไรกัน? บอกฉันบ้างสิ สนองความอยากรู้อยากเห็นของฉันหน่อย"
ซ่งเผิงตกตะลึงไปเล็กน้อยและรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากและพูดอย่างสบายๆ ว่า “เรื่องนี้เธออย่าได้พูดมั่วซั่ว ตัวเองรู้ก็พอแล้ว”
สาวใช้ตื่นเต้นมากสุดขีดอยู่ในใจ จากนั้นก็พยักหน้าติดๆและพูดว่า "ได้เลยฉันรู้! ใช่สิซ่งเผิง ฉันต้องไปดูนายหญิงสักหน่อย เรื่องลาสเวกัส นายสะดวกเมื่อไหร่ก็บอกฉัน"
ซ่งเผิงยิ้ม “ได้ ถึงเวลาแล้วฉันจะบอกเธอล่วงหน้า!”
สาวใช้เอ่ย "งั้นฉันไปก่อนนะ"
จากนั้นเธอก็หันหลังจากไป
ซ่งเผิงจ้องมองที่เบื้องหลังสาวใช้ สายตาของเขาจดจ่ออยู่ที่เอวและสะโพกที่กำลังยักย้ายของเธอ และอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ: "เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้...บางทีอาจจะยังบริสุทธิ์อยู่... อ้อยเข้าปากช้าง... คราวนี้ฉันไม่ยอมให้เธอบินหนีไปแน่!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...