เย่เฉินพยักหน้า โบกมือ และพูดว่า “เอาแบบนี้ พวกคุณไม่ใช่ซื้อสถานที่แห่งนั้นแล้วหรือ? ตอนนี้ก็ให้ผู้รับผิดชอบทำสัญญาหนึ่งฉบับ และขายสถานที่ให้กับบริษัทต้นสังกัดคุณกู้ในราคาหนึ่งดอลลาร์ คุณให้ผู้รับผิดชอบอยู่ฝ่ายของคุณไปเซ็นสัญญากับต้นสังกัดของคุณกู้โดยตรง และในอนาคตสถานที่แห่งนี้ก็จะเป็นของต้นสังกัดคุณกู้ เช่นนี้ฉันก็จะได้ไม่ต้องกังวลว่าไอ้สารเลวอย่างพวกมึงสร้างเรื่องอีกแล้ว”
เฟ่ยเสวปิงก็อยากจะร้องไห้ออกมาโดยไม่มีน้ำตา เขารู้สึกว่าเขาเป็นไอ้โง่หัวโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก
“เพื่อบังคับให้กู้ชิวอี๋ยอมจำนน ฉันก็ได้จ่ายราคาสูงที่เวอร์วังมาก ถึงจะซื้อสถานที่แห่งนี้ได้โดยตรง หลังจากนั้นก็ได้จ่ายค่าผิดสัญญาให้แก่บริษัทต้นสังกัดของกู้ชิวอี๋เป็นสิบเท่า.........”
“ในท้ายที่สุดไม่คาดคิดเลยว่า ไม่สามารถบังคับให้กู้ชิวอี๋ยอมจำนนได้ กลับนำความหายนะมาสู่พ่อและตัวฉัน.........”
“ตอนนี้ไอ้สารเลวที่มีนามว่าเย่ ได้ทำให้พ่อและฉันอับอายขายหน้าอย่างรุนแรง แม้กระทั่งยังจะเอาสถานที่แห่งนี้ไปด้วย.........”
“นี่ทำเหมือนว่ากูแม่งเป็นอะไรเนี่ย? นี่คือคุณยายของไอ้โง่หัวโตเปิดประตูรับไอ้โง่หัวโต และโง่หัวโตถึงที่บ้านคุณยายไปแล้ว!”
เมื่อเห็นว่าท่าทีตลกขบขันของเฟ่ยเสวปิงแต่ไม่พูด เย่เฉินก็ตบโต๊ะอย่างแรง และถามว่า “ทำไม? มึงไม่พอใจกับวิธีการจัดการของกูเหรอ?”
“พอใจ.......พอใจ!” เฟ่ยเสวปิงตัวสั่นอีกครั้ง และพูดโดยไม่ลังเลว่า “ฉันจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้! ไปจัดการเดี๋ยวนี้เลย!”
ทันทีหลังจากนั้น เขาก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วโทรหาผู้ช่วยของตัวเองทันที
เพื่อแสดงความจริงใจ เขาเปิดสปีกเกอร์โฟนโดยเฉพาะ แล้วพูดว่า “คุณรีบไปทำเรื่องโอนโรงยิมที่เราเพิ่งซื้อมา ให้บริษัทต้นสังกัดของคุณกู้ในราคาหนึ่งดอลลาร์ทันที และตอนนี้ก็พาทนายไปพบกับตัวแทนของคุณกู้ จะต้องโอนให้เสร็จสิ้นในเวลาที่สั้นที่สุด!”
ผู้ช่วยตกตะลึงหลังจากได้ยินเรื่องนี้ และพูดโพล่งออกมาว่า “คุณชายใหญ่ เราเพิ่งชดเชยค่าสถานที่ให้บริษัทต้นสังกัดของคุณกู้ไปสิบเท่าของค่าสถานที่ และคุณยังจะมอบสถานที่นั้นให้อีกฝ่ายโดยฟรีๆงั้นหรือ?”
เฟ่ยเสวปิงพูดอย่างไม่อดทนว่า “ให้คุณไปจัดการก็รีบไปจัดการซะ ยังจะมาพูดมากอะไรอีก?!”
ผู้ช่วยรีบพูดขึ้นมาว่า “ขอโทษครับคุณชายใหญ่ ผมพูดมากไปเอง........งั้นฉันจะรีบติดต่อทนายทันที......ทางด้านตัวแทนของคุณกู้ ฉันเพิ่งติดต่อเรื่องค่าชดเชยไปเมื่อวานนี้ และมีข้อมูลติดต่อของเธออยู่แล้ว.........”
จากนั้นเฟ่ยเสวปิงถึงพูดว่า “รีบไปจัดการเร็วเข้า อย่างมัวแต่ชักช้า!”
หลังจากสั่งลูกน้องแล้ว เฟ่ยเสวปิงก็วางสายโทรศัพท์ มองไปที่เย่เฉิน และถามอย่างสุภาพว่า “คุณเย่ การจัดการแบบนี้คุณพอใจหรือไม่?”
เย่เฉินพยักหน้า และกล่าวอย่างสบายๆว่า “ยังพอได้ ฉันได้เห็นความจริงใจของพวกคุณครึ่งหนึ่งแล้ว และอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ มันขึ้นอยู่กับการแสดงของคุณแล้ว”
เฉพาะตอนที่อารมณ์ดีเท่านั้น ที่จะสามารถดื่มในปริมาณสูงสุด ขณะรับประทานอาหาร สนทนา และดื่มกับเพื่อนสี่ห้าคน
ถ้าปล่อยให้เขาดื่มเหล้าเร็วจริงๆ เต็มที่เขาจะสามารถดื่มได้ไม่เกินครึ่งปอนด์
แต่ แก้วใบนี้มันก็สามารถบรรจุได้หกปอนด์แล้ว........
เฟ่ยเสวปิงขอร้องด้วยความตื่นตระหนกและพูดว่า “คุณเย่........ผมดื่มแอลกอฮอล์ได้ไม่เยอะ สามแก้วนั้นดื่มไม่ไหวจริงๆ.......
เฟ่ยซานไห่ก็อดไม่ได้ที่จะอ้อนว้อนว่า “วีรบุรุษหนุ่ม........ผมไม่ได้แตะแอลกอฮอล์สักหยดมาเป็นสิบปีแล้ว เหล้าที่มีดีกรีสูงแบบนี้ผมดื่นไม่ไหวจริงๆ....”
“ดื่มไม่ไหวเหรอ?” เย่เฉินลืมตาขึ้น แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “อ้าปาก เทเข้าไป กลืนลงไป มันง่ายมาก ทำไมถึงดื่มไม่ได้?”
เมื่อพูดเช่นนั้น เย่เฉินก็ยืนขึ้น และพูดอย่างเย็นชาว่า “มาเถอะ เทเหล้า ฉันจะคอยดูว่าทำไมพวกคุณถึงดื่มไม่ได้ และถ้าดื่มไม่ได้จริงๆ ฉันจะช่วยกรอกเข้าไปให้พวกคุณเอง!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...
ทั้งที่เป็นผู้ชาย แรงเยอะกว่า ตัวใหญ่ก็ว่า แต่กลัวกับอีหม่าหลันพูดขู่แค่นี้เนี่ยน่ะ ไม่น่าเกิดเป็นผู้ชายเลยมึงไอเชียวฉางควน กูคิดว่าเป็นตุ๊ด ปากบอกรอเหมยชิงมานาน อยากจะพัฒนาความสัมพันธ์ อยากจะมีเพศสัมพันธ์อยากจะอยู่กับเหมยชิง อยากแต่งงานกะเหมยชิงอีกครั้ง ทั้งที่เหมยชิงยอมกลับมาหาเพื่อมึง แต่มึงกลับไม่กล้าทำไรกะอีหม่าหลันสักอย่าฃ แค่หม่าหลันพูดขู่ว่าจะไปหาเรื่องเหมยชิง แทนที่จะให้เหมยชิงจ้างบอดีการ์ดมา อีหม่าก้ทำไรไม่ได้ล่ะ หรือไอฉางควนปกป้อง สู้กันจริงๆหม่าหลันก้สู้คงไม่ได้หรอก ทำมึงกลับกลัวหัวหด ชาตินี้ก้คงไม่ได้อยุ่กับคนรักหรอก ฝันไปเถอะมึง กระจอก...
ไม่ใช่ว่าข้อมูลของเย่เฉิน ตอนตั้งแต่9ขวบจนถึงปัจุบัน ไม่ใช่ว่าถังซื่อไห่ลบไปแล้วไม่ใช่หรอหรือเก้บซ่อนไว้ ถ้า้ป้นอย่างงี้ แสดงว่าองกรพั้วชิงก้สามารถหาได้เช่นกันดิ ถ้างั้น ไม่ใช่ว่าถังซื่อไห่มันลบออกข้อมูลตอนเด้กของพระเอกออกไปหรอกหรอ -.-"...