อานโฉงชิวพูดอย่างจริงจังว่า “ญ่าหลิน มองโลกในแง่ดีหน่อย! ก็แค่ประสบกับความพ่ายแพ้เล็กน้อยในด้านที่ตนแข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่หรือไง ฉันบอกกับนาย เรื่องพวกนี้นั้นไม่สำคัญ”
พูดจบ เขาก็ชี้มือมาที่ตัวเองแล้วโพล่งออกมาว่า “ดูฉันสิ ข้าได้รับเกียรติเป็นแขกผู้มีเกียรติทุกหนทุกแห่งมาหลายปีแล้ว แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นชายชราอายุ 90 ปีก็ยังจ้องลุกขึ้นยืนและมอบตำแหน่งที่นั่งที่ดีที่สุดกับฉัน แต่ผลคือตอนไปงานประมูลเมื่อคราวที่แล้วฉันกลับถูกไล่ออกมาจากงานต่อหน้าคนมากมาย ตอนนั้นฉันแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนีเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่นายดูฉันตอนนี้สิ ก็คิดตกแล้วไม่ใช่หรือไง!”
“คนเรา ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะไว้หน้านาย นายที่เป็นนักสืบ ต่อให้นายเก่งมากแค่ไหน ก็ใช่ว่าจะสามารถคลี่คลายคดีทั้งหมดที่มีได้”
“นายจะต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับความล้มเหลว ในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามรักษาสภาพจิตใจให้เป็นปกติ รอให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปแล้วนายค่อยมาดูคดีนี้อีกครั้ง บางทีก็อาจเป็นแค่มีใครบางคนมาตดใส่หน้านายเท่านั้น ต่อให้ตดเหม็นแค่ไหน วันหนึ่งมันก็ต้องสลายไปไม่ช้าก็เร็ว”
“แต่ถ้านายยังมัวยึดมั่นกับเรื่องนี้ไม่ยอมวางลง รอให้นายอายุ 70 หรือ 80 ปีก็ยังจำตดนั้นได้อยู่ รู้สึกว่าการหาคนที่ตดใส่นายไม่เจอนั้นทำให้ในใจของนายรับไม่ได้อย่างยิ่งและก้าวผ่านมันไปไม่ได้ อย่างนั้นนายก็จะไม่มีความสุขไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน นายว่าเรื่องนี้มีเหตุผลไหม?”
หลี่ญ่าหลินอดยิ้มไม่ได้ "เรื่องโน้มน้าวใจคนนี้ นายแม่งเก่งจริงๆ"
พูดจบ เขาก็ยกแก้วเหล้าขึ้นมาแล้วพูดกับอานฉงชิว "มามามา ดื่มเหล้า เอาให้หมดแก้วนี้!"
อานโฉงชิวโบกมือ "อย่าดื่มให้มากนัก ดื่มเล็กน้อยก็พอ คุณยังต้องประหยัดแรงสำหรับการดูละครฉากใหญ่ เมื่อละครฉากใหญ่ขึ้นแสดงแล้ว ความกดดันของนายก็จะเบาลงมาก"
หลี่ญ่าหลินสีหน้าแข็งค้างไปและถามเขาว่า "นายหมายถึง 'การลงโทษสาธารณะ' ใช่ไหม?"
ไม่นานหลังจากเฟ่ยฮ่าวหยางถูกลักพาตัว อานโฉงชิวและหลี่ญ่าหลินก็คาดเดาเกี่ยวกับแรงจูงใจเบื้องหลังเหตุการณ์นี้แล้วและคิดว่าต้องมีใครบางคนวางแผนที่จะให้บทลงโทษกับตระกูลเฟยต่อหน้าสาธารณชน
ในเวลานี้ แม้ว่าเย่เฉินจะนั่งอยู่ชั้นบนและกำลังรับประทานอาหารอย่างเงียบ ๆ แต่บทสนทนาทั้งหมดระหว่างอานโฉงชิวและ หลี่ญ่าหลินก็เข้าสู่หูของเขาทั้งหมด
เมื่อเขาได้ยินแบบนี้ เขาเองก็ประหลาดใจเช่นกัน ไม่คาดคิดเลยว่า น้าชายใหญ่และนักสืบหลี่จะถึงกับสามารถวิเคราะห์แรงจูงใจที่แท้จริงทั้งหมดของตนได้ อีกทั้งยังคาดเดาแผนการต่อไปได้อย่างแม่นยำ นี่ทำเอาเขาคาดไม่ถึงเลยจริงๆ
ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของอานโฉงชิวก็ดังขึ้น
เมื่อเขาเห็นชื่อบนโทรศัพท์มือถือเข้าก็ยิ้มและพูดว่า "สวัสดี โยวโยว"
ในสาย มีเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนกของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นและเอ่ยทั้งสะอื้นว่า "พี่ใหญ่รีบกลับมาเร็วเข้า! พ่อใกล้จะไม่ไหวแล้ว!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...