เมื่ออานฉีซานพูดมาจนถึงตอนนี้ ในใจของเขาเต็มไปด้วยหลากอารมณ์ความรู้สึก
พูดจบเขาก็ถอดหน้ากากออกซิเจนออกโดยตรง จากนั้นก็ประสานมือและโค้งคำนับให้กู้ชิวอี๋เล็กน้อย ก่อนจะพูดอย่างซาบซึ้ง “คุณหนูกู้ เธอช่วยชีวิตฉันเอาไว้ เรียกว่าเป็นความกรุณาอันยิ่งใหญ่เกิดกว่าแค่คำว่าขอบคุณ ฉันอานฉีซานเองไม่ชอบพูดจาเปล่าประโยชน์หรืออ้อมค้อม แต่ฉันสัญญาได้เพียงว่า ต่อไปในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นตอนไหน ขอแค่เธอต้องการ ทุกคนในตระกูลอาน จะไม่มีทางปฏิเสธ!"
ทันทีที่อานโฉงชิวได้ยินเรื่องนี้ เขาในฐานะลูกชายคนโตของตระกูลเองก็โค้งคำนับให้กู้ชิวอี๋ทันทีและพูดด้วยความเคารพว่า “คุณหนูกู้ จากนี้หากต้องการให้ตระกูลอานช่วยเหลือเรื่องใด สามารถบอกฉันโดยตรงได้เลย!”
กู้ชิวอี๋ไม่คาดคิดว่า ผู้อาวุโสสองคนของเย่เฉินจะคำนับเธอ ดังนั้นเธอจึงตกใจกลัวเล็กน้อยและรีบพูดว่า "คุณทั้งสองเป็นผู้อาวุโสของพี่เย่เฉิน ก็ถือเป็นผู้อาวุโสของฉันเช่นกัน อย่าได้เกรงใจเลยค่ะ...เรื่องนี้...เรื่องนี้คือสิ่งที่ฉันควรทำ ... "
นายหญิงใหญ่เอ่ยอย่างซาบซึ้ง "เด็กดี... ยาวิเศษเช่นนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในมือใครก็ตามล้วนมีค่าล้ำเมือง...หนูให้ยานี้แก่เราอย่างไม่เห็นแก่ตัว ก็ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณที่ยิ่งใหญ่ของตระกูลอานเรา..."
ขณะที่เธอพูดไปก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “ในตอนนั้นเฉิงซีบอกว่าตระกูลกู้ของหนูให้ความสำคัญกับคุณธรรมน้ำใจ คิดไม่ถึงจริงๆว่า ตระกูลกู้ของหนูหลายปีมาแล้วจะยังไม่เลิกตามหาเฉินเอ๋อ...ช่างเป็นผู้มีคุณธรรมน้ำใจที่ลึกซึ้งจริงๆ..."
กู้ชิวอี๋ยิ้มน้อยๆแล้วพูดด้วยความเขินอายอยู่บ้างว่า "พ่อแม่ของหนูบอกหนูตั้งแต่เด็ก ว่าเมื่อหนูโตขึ้นจะต้องแต่งงานกับพี่เย่เฉิน ดังนั้นในหัวใจของหนู เขาเป็นคู่หมั้นของหนูเสมอมา การได้พบเขาและแต่งงานกับเขาคือความศรัทธาที่หนูยึดมั่นมาตลอด 20 ปี"
ทันทีที่กู้ชิวอี๋พูดเช่นนี้ ตระกูลอานก็ล้วนต้องถอนหายใจ
กรอบตาของนายหญิงใหญ่เปียกชื้นและอดสะอื้นไม่ได้: "หลายปีผ่านไปแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เฉินเอ๋ออยู่ที่ไหน..."
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่เข้าใจหินหยกจริงๆแล้วล่ะก็ กำไลข้อมือนี้ ถือว่าเป็นเพดานของทุ่งหยกทั้งหมดแล้ว
หินหยกนั้นมีหลายชนิด หลายสีเมื่อทำการศึกษามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในบรรดาผู้ที่เล่นหยก ทุกคนล้วนรู้ดีว่า หยกจักรพรรดินั้นคือราชาของหยกทุกชนิด
ไม่มีวัสดุใดที่สามารถเข้าถึงระดับหยกจักรพรรดิได้ อีกทั้งยังมีส่วนน้อยอย่างยิ่งที่จะสามารถเอามาทำเป็นกำไลได้
วัสดุของหยกนั้นไม่เหมือนโลหะ มันเกิดจากหินธรรมชาติ มีหลากสี อีกทั้งวัสดุส่วนใหญ่จะส่งผลให้สีมีความแตกต่างกันไปเป็นอย่างมาก อีกทั้งด้านในยังง่ายมากที่จะมีรอยแตก รอยด่าง คล้ายมีดอกฝ้ายอยู่ภายใน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...