สำหรับตระกูลอาน พวกเขาคุ้นเคยกับอาการของอานฉีซานมานานแล้ว
เมื่อรู้ว่าความจำของเขาบกพร่องอย่างร้ายแรง ทุกคนก็พยายามอย่างหนักเพื่อช่วยเขาฟื้นความทรงจำในสมองตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ความจริงในตอนนี้นั้นพิสูจน์ได้ว่า สถานการณ์แบบนี้มีแค่เพียงความคิดฝันของทุกคนเท่านั้น
อันที่จริงอานฉีซานได้สูญเสียความทรงจำทั้งหมดของเขาในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ต่อให้ช่วยให้ความจำของเขากลับมาได้ ก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะจำสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาได้ทั้งหมด
ดังนั้นในตอนแรก ตระกูลอานจึงพยายามอธิบายให้อานฉีซานฟังทุกวัน โดยบอกเวลาที่แท้จริงและเรื่องที่เขาลืมไปว่ามีเรื่องไหนบ้าง
แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็พบว่าการทำเช่นนี้ไม่เกิดผลใดๆ
บางครั้ง คนในครอบครัวก็ต้องคุยกับเขาทั้งวันถึงทำให้เขายอมรับความจริงได้
แต่ไม่นาน เขาก็จะลืมทุกอย่างที่ทุกคนบอกกับเขาและกลับสู่สภาพเดิมอีกครั้ง
ดังนั้น สภาพในปัจจุบันของอานฉีซาน ได้กลับคืนสู่เมื่อ 20 ปีที่แล้วอีกครั้ง กลับไปยังช่วงที่ครอบครัวของเย่เฉินเพิ่งเสียได้ไม่นาน
ในสถานการณ์แบบนี้ การอธิบายให้อานฉีซานฟังนั้นไม่มีความหมายอีกต่อไป นายหญิงใหญ่เองก็ไม่ต้องการให้สมองของเขาต้องถูกบังคับให้ยอมรับหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เขาตกใจ
ในเวลานี้ อานฉีซานเอ่ยด้วยสีหน้าโศกเศร้าเต็มเปี่ยม “พวกเธอออกไปให้หมดเถอะ ให้ฉันอยู่คนเดียวเงียบๆ”
ทุกคนมองไปที่นายหญิงใหญ่
นายหญิงใหญ่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้และพูดกับฝูงชนว่า "พวกเราไปกันเถอะ"
เมื่อมีคำสั่งของนายหญิงใหญ่ พวกเขาก็ถอนตัวออกจากห้องไอซียู
กู้ชิวอี๋ได้ยินดังนั้น ในใจก็รู้สึกตระหนก
เธอรู้ว่าเย่เฉินยังไม่ต้องการพบปะกับคนในตระกูลอาน อีกทั้งเย่เฉินก็สัญญากับเธอเอาไว้แล้วว่าจะไปดูคอนเสิร์ตเพื่อสนับสนุนเธอ
ถ้าคนตระกูลอานเองก็ไป พวกเขาก็จะต้องจำเย่เฉินได้อย่างแน่นอน เพราะเขานั้นมีหน้าตาคล้ายคลึงกับเย่เฉิงซีถึงเก้าส่วน
ดังนั้นเธอจึงจับแขนนายหญิงใหญ่พูดอย่างออดอ้อนว่า “ไอ้หย่า คุณยาย หนูคงทำใจให้คุณยายบินจากฝั่งตะวันตกไปยังชายฝั่งตะวันออกกับหนูกลางดึกไม่ได้หรอกค่ะ อันที่จริงหนูยังมีคอนเสิร์ตหลายที่ในสหรัฐอเมริกา รอให้คอนเสิร์ตที่ชายฝั่งตะวันออกของหนูจบลง จุดหมายแรกบนชายฝั่งตะวันตกก็คือลอสแองเจลิส ตอนนั้นหนูจะไม่เพียงแต่มาเยี่ยมคุณ แต่ยังจะส่งตั๋ว VIP มาให้คุณด้วย ให้คุณไปดูคอนเสิร์ตของหนู เป็นยังไงคะ?"
นายหญิงใหญ่รู้สึกสั่นคลอนไปอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดว่ากู้ชิวอี๋กำลังจะจากไปในชั่วข้ามคืน ในใจของเธอก็รู้สึกตัดใจไม่ลงและอดสะอื้นไม่ได้ “เด็กดี ยายไม่อยากให้หนูไปจริงๆ หนูไม่รู้หรอกว่ายายทนกล้ำกลืนมาหลายปีแล้วไม่ได้บอกใครเลย รอไปหาเฉินเอ๋อเจอแล้ว ก็จะบอกเขาต่อหน้าด้วยตนเอง...”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...