สำหรับสองพ่อลูกตระกูลเฟ่ย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเพิ่งได้พบกับเย่เฉินเพียงครั้งสองครั้งเท่านั้น แต่พวกเขาก็หวาดกลัวเย่เฉินถึงขีดสุด
และนี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมหลังจากที่พวกเขาต้องเจอความอัปยศอดสูจากเย่เฉินทั้งด้านจิตวิญญาณและร่างกายและรู้ว่าเย่เฉินเป็นคนลักพาตัวหลานชายของพวกเขาไปแต่ก็ยังไม่กล้าไปหาเย่เฉินเพื่อแก้แค้น
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดก็คือ การที่พวกเขาไม่กล้าไปหาเย่เฉิน นั่นไม่ได้หมายความว่าเย่เฉินจะไม่กล้ามาหาพวกเขา
เฟ่ยซานไห่ทั้งตกใจและหวาดกลัว ก่อนจะรีบพูดอย่างรวดเร็วว่า "เร็วเข้า! รีบรวบรวมบอดี้การ์ดทั้งหมดมา! ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาติดอาวุธด้วยปืนจริง! หากคนแซ่เย่นั่นมาก็สุ่มยิงมันซะ!!!"
เฟ่ยเสวจิ้น ไม่กล้าชักช้า เขารีบพูดว่า "ได้ครับพ่อ ผมจะๆไปจัดการเดี๋ยวนี้!”
เฟ่ยซานไห่พูดอีกครั้ง “เร็วเข้า! พาฉันไปที่ศูนย์พักพิงฉุกเฉินก่อน!”
สำหรับตระกูลขนาดใหญ่เช่นตระกูลเฟ่ย จะต้องมีการพิจารณาถึงอันตรายรอบด้านที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นพวกเขาจึงมีศูนย์พักพิงฉุกเฉินที่สร้างขึ้นในใต้ดินกว่า 100 เมตรภายในวิลล่า
ศูนย์พักพิงฉุกเฉินนี้สามารถต้านทานการโจมตีด้วยนิวเคลียร์ได้ และแทบจะจะอยู่ในระดับเดียวกับศูนย์พักพิงฉุกเฉินในทำเนียบขาว
ตราบใดที่สามารถซ่อนตัวในศูนย์พักพิงฉุกเฉินและปิดทางเดินลงอย่างสมบูรณ์ แม้แต่เทพเซียนผู้ยิ่งใหญ่ก็ทำอะไรผู้คนภายในได้
นอกจากนี้ในนั้นยังมีระบบช่วยชีวิตที่ทรงพลังและมีของอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนมากกว่าสิบที่จะอาศัยอยู่ในนั้นเป็นเวลาหนึ่งปี
อย่างไรก็ตาม ศูนย์พักพิงฉุกเฉินแห่งนี้ไม่เคยถูกนำไปใช้จริง ๆ เลยนับตั้งแต่ที่มันถูกสร้างขึ้นมาจนถึงตอนนี้ ดังนั้นมันจึงกลายเป็นเพียงสถานที่สแตนด์บายสิ่งอำนวยความสะดวกเท่านั้น
ตระกูลเฟ่ยยังเชื่อว่า ขอแค่ไม่มีสงครามโลกครั้งที่สาม สถานที่นี้ก็จะไม่ถูกใช้งาน
แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า ศูนย์พักพิงฉุกเฉินนี้จะต้องถูกใช้ขึ้นมาเพียงเพราะชายหนุ่มคนหนึ่ง
ภรรยาดุลูกชายว่าเป็นเต่าหัวหด อย่างนั้นก็เท่ากับด่าตัวเองไปด้วยไม่ใช่หรือไง?
ในเวลานี้ เฟ่ยเสวปิงก็ยิ่งมีสีหน้าอับอายมากขึ้น จากนั้นก็รู้สึกว่าตนขึ้นหลังเสือแล้วยากจะลงอยู่บ้าง
ในเวลานี้เอง พ่อบ้านของเฟ่ยซานไห่รีบวิ่งเข้ามาโดยไม่แม้แต่จะเคาะประตู จากนั้นก็โพล่งออกมาว่า "คุณท่าน แย่แล้ว!"
เฟ่ยซานไห่ตัวสั่นด้วยความตกใจและถามออกไปอย่างไม่รู้ตัวว่า "เกิดอะไรขึ้น? เจ้าคนแซ่เย่นั่นกลับมาแล้วหรือ
พ่อบ้านส่ายหัวและพูดว่า "เป็นนายท่านใหญ่และคุณหนูเข่อซินที่กลับมา!"
เมื่อเฟ่ยซานไห่ได้ยินดังนั้น เขาก็ตกตะลึงตาค้างและโพล่งถามว่า "พวกเขากลับมาได้ยังไง?! กลับมาเมื่อไหร่?! คนอยู่ที่ไหน?!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...