อานข่ายเฟิงที่อยู่ข้างๆก็พยักหน้าคล้อยตาม : “ใช่พี่ ช่วงนี้ในแวดวงนี้ก็มีคนจำนวนมากที่กำลังเผยแพร่ถึงประสิทธิผลที่มหัศจรรย์ของยาอายุวัฒนะ เดิมทีฉันคิดอยากจะส่งคนคิดหาวิธีไปสืบ แต่ช่วงนี้งานเยอะมาก ไม่สามารถดึงกำลังออกมาได้เลยจริงๆ อยากจะรอหลังจากที่พี่กลับมาแล้ว พวกเราปรึกษากันให้ดีก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ”
อานโฉงชิวมองดูเวลาแล้วเอ่ยขึ้น : “แม่ คืนนี้ดึกเกินไปแล้ว ไม่อย่างนั้นแม่ไปพักผ่อนก่อน ผมกับข่ายเฟิงไปอยู่เป็นเพื่อนพ่อ รอให้แม่พักผ่อนแล้ว พรุ่งนี้ผมค่อยพูดถึงเรื่องยาอายุวัฒนะกับแม่กับทุกคนนะครับ”
นายหญิงใหญ่โบกมือ : “ไม่ต้องๆ แม่ไม่เหนื่อยเลยซักนิดเดียว ถ้าหากหนานหนานยังไม่ไป ฉันสามารถดึงเธอให้อยู่คุยได้อีกทั้งคืน ตอนนี้เธอกลับนครนิวยอร์กไปแล้ว หัวใจฉันนี่วังเวงมาก ยิ่งไม่อยากนอนเลย”
ว่าแล้วเธอก็มองไปรอบๆ แล้วเอ่ยพูดขึ้นกับทุกคน : “คืนนี้เราไม่ต้องรีบนอนกันหรอก เป็นการประชุมในครอบครัวแล้วกัน ทุกคนมาพูดคุยกันหน่อย”
ทุกคนเห็นนายหญิงใหญ่พูดแบบนี้แล้ว ก็รับปากกัน ทุกคนก็ตามนายหญิงใหญ่กลับมายังห้องรับแขกอีกครั้ง
หลังจากที่นั่งลงในห้องรับแขกแล้ว อานโฉงชิวก็เล่าถึงในระหว่างที่ไปเมืองจินหลิงของตัวเองก่อนหน้านี้ทั้งหมดออกมา
เมื่อทุกคนได้ยินที่เขาเล่าจากปากถึงยาอายุวัฒนะที่นำมาซึ่งประสิทธิภาพอันน่ามหัศจรรย์ให้พวกนักประมูลเหล่านั้น แต่ละคนก็ตกตะลึงกันจนอ้าปากค้าง
อานโฉงชิวรีบเอ่ยขึ้น : “แม่ ความจริงแล้ววิธีที่น่าเชื่อถือได้มากที่สุดก็คือปีหน้าพาพ่อไปเข้าร่วมการประมูลยาอายุวัฒนะด้วย ประมูลยาอายุวัฒนะที่งานประมูลแล้วก็กินยาที่งานไปเลย”
นายหญิงใหญ่ถอนหายใจออกมา : “แต่จากที่แกพูด พวกเขาจัดปีละครั้ง ปีนี้เพิ่งจะสิ้นสุดไป ถ้าอย่างนั้นครั้งต่อไปก็ต้องรออีกปีนึง ถึงแม้ว่าตอนนี้สภาพร่างกายของพ่อแกจะสามารถยื้อไปได้อีกปีนึงไม่ใช่ปัญหา แต่ตอนนี้ใช้ชีวิตแต่ละวันอยู่ท่ามกลางความเศร้าเสียใจ ถ้าหากข้ามไปอีกหนึ่งปี ฉันไม่รู้จริงๆว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากมีสถานการณ์อย่างวันนี้เกิดขึ้นอีก ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไม่มีวิธีแล้ว.....”
พูดมานั้น นายหญิงใหญ่ก็เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง : “เมื่อกี้พวกแกก็ได้ยินที่หนานหนานบอกแล้ว ยาช่วยหัวใจทั้งหมดเหลือเพียงแค่เม็ดนี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นพวกเราจะต้องเตรียมตัวเอาไว้ให้มาก งานประมูลเป็นแผนการสุดท้าย ถ้าหากสามารถได้ยาอายุวัฒนะมาจากช่องทางอื่นก่อนการประมูลก็คงจะดีมากเลย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...