อานโฉงชิวรู้สึกไม่พอใจสำนักว่านหลงอยู่มาก
เหตุผลก็คือเนื่องจากว่าก่อนหน้านี้สำนักว่านหลงลงมือกับตระกูลเย่ อีกทั้งยังเคยปล่อยคำพูดที่ว่าจะทำลายเย่ฉางอิงพี่เขยของเขาอีกด้วย
อายโฉงชิวกับน้อยชายคนที่สองอานข่ายเฟิงนั้นไม่เหมือนกัน ในสายตาของอานข่ายเฟิงมีเพียงแค่พี่สาวอย่างอานเฉิงซีและเย่เฉินหลานชายเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆแม้แต่เย่ฉางอิง ก็ไม่อยู่ในสายตาเขาเลยทั้งนั้น
ที่สำคัญเป็นเพราะ อานข่ายเฟิงอายุยังน้อย ตอนนั้นที่พี่สาวอานเฉิงซีแต่งงานกับเย่ฉางอิง เขายังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ได้มาสัมผัสกับเย่ฉางอิงน้อยมาก
แต่อานโฉงชิงนั้นไม่เหมือนกัน เขากับอานเฉิงซีพี่สาวห่างกันแค่สองปี ดังนั้นเขาเคยได้มาสัมผัสกับเย่ฉางอิงอยู่ไม่น้อย ในใจลึกๆของเขานั้นก็ยอมรับเย่ฉางอิงพี่เขยคนนี้อยู่แล้ว
และเป็นเพราะแบบนี้ ตอนที่เขาได้ยินว่าสำนักว่านหลงนำเอาโลงศพไปให้ตระกูลเย่ และเคยพูดถึงเรื่องนี้กับอานข่ายเฟิงแล้ว หวังว่าอานข่ายเฟิงจะสามารถเป็นตัวแทนของตระกูลอานไปกดดันสำนักว่านหลง ให้พวกเขาไม่ไปกลั่นแกล้งตระกูลเย่
แต่อานข่ายเฟิงกลับไม่ได้รับปาก
สาเหตุที่เขาไม่รับปากนั้นธรรมดามาก นั่นก็เป็นเพราะในใจของเขานั้นไม่ได้มองเห็นตระกูลเย่อยู่ในสายตาเลย
แรกเริ่มก่อนหน้านี้ เย่โจงฉวนคุณท่านตระกูลเย่มีครั้งหนึ่งที่เป็นฝ่ายเข้ามาหาอานข่ายเฟิงเพื่อมาตีสนิทที่สมาคมการค้าชั้นนำ แต่ตอนนั้นอานข่ายเฟิงเคยพูดกับเขาแล้ว ว่าตระกูลเย่เขายอมรับเพียงแค่เย่เฉินคนเดียวเท่านั้น คนอื่นๆ ใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น
ในเมื่อยังหาตัวเย่เฉินไม่เจอ เขาก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องช่วยเหลือตระกูลเย่อยู่แล้ว
แต่ต่อมาเรื่องนี้ก็ทำให้อานข่ายเฟิงมานึกกลัวขึ้นภายหลังเช่นกัน
เนื่องจากว่าเขาคิดไม่ถึงว่าว่านพั่วจวินจะขึ้นภูเขาเย่หลิงซานไปทำลายพี่สาวของเขาและพี่เขยเป็นซากศพแบบนี้!
หลี่ญ่าหลิน : “ที่นายพูดมาเมื่อกี้ สำนักว่านหลงช่วยคุณท่านเฟ่ยช่วงชิงอำนาจ แล้วแสวงหาผลโยชน์มาด้วยก็ยังว่าไปอย่าง แต่พวกเขาไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องลักพาตัวเฟ่ยฮ่าวหยางนี่ นอกเสียจากคนที่ลักพาตัวเฟ่ยฮ่าวหยางไปเป็นคนอื่น”
อานโฉงชิวถอดถอนใจออกมาพลางเอ่ยขึ้น : “เป็นอีกหนึ่งปัญหาจริงๆ รู้สึกเหมือนกับการแก้สมการที่ซับซ้อนอยู่เลย ไม่ว่าจะเข้าไปทางไหนก็ไม่ถูกทั้งนั้น เหมือนกับขาดเงื่อนไขที่สำคัญอะไรไปเลย”
หลี่ญ่าหลินนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบเอ่ยถามขึ้นมา : “อ่อ ใช่สิ นายยังจำที่ฉันเคยบอกกับนายได้ไหม นักแสดงที่ชื่อกู้ชิวอี๋คนนั้น?”
“จำได้” อานโฉงชิวถามขึ้น : “ทำไม? เรื่องนี้เกี่ยวกับเธออย่างนั้นเหรอ?”
หลี่ญ่าหลินใช้ปลายลิ้นแตะที่เพดาน แล้วเอ่ยขึ้นมาอย่างจริงจัง : “ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าเกี่ยวกับเธอ แต่ฉันรู้สึกว่ามี่ส่วนเกี่ยวข้องกัน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...