วันต่อมา
เป็นวันเสาร์พอดี
เนื่องจากเซียวชูหรันคิดอยู่ตลอดเวลาว่าอยากจะไปชมคอนเสิร์ตที่นครนิวยอร์ก จึงเสนอกับเย่เฉิน อยากอาศัยโอกาสนี้ ไปถึงนครนิวยอร์กไว ๆ หน่อย เดินเล่นที่นครนิวยอร์ก ไปชมคอนเสิร์ตตอนกลางคืน จากนั้นตอนกลางคืนก็พักอยู่ที่นครนิวยอร์กหนึ่งคืน พรุ่งนี้เดินเที่ยวอีกวันหนึ่ง คืนวันอาทิตย์ค่อยกลับมา
เย่เฉินรู้สึกว่าในวันปกติที่ภรรยาไปเรียนหนังสือนั้นลำบากมาก ก็ย่อมอยากอาศัยโอกาสนี้พาภรรยามาผ่อนคลายอย่างเต็มที่
ครั้นแล้ว เขาจึงตอบรับข้อเสนอของเซียวชูหรันโดยไม่ต้องคิดเลย จากนั้นให้คนช่วยตัวเองจองห้องที่โรงแรมป๋ายจินฮ่านกงของนครนิวยอร์กเอาไว้ล่วงหน้าหนึ่งห้อง
หลังจากทั้งสองคนทานมื้อเช้าแล้ว จึงขับรถมุ่งไปยังนครนิวยอร์ก
ตามความเข้าใจเล็กน้อยของเซียวชูหรันที่มีต่อนครนิวยอร์กในเมื่อก่อน เย่เฉินจึงพาเธอไปไทม์สแควร์ ต่อจากนั้นพาไปดูอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอีกด้วย
ตอนที่ทั้งสองคนเที่ยวเตร่ไปทั่งนั้น สิบกว่าคนของตระกูลอาน ก็แยกกันนั่งเครื่องบินส่วนตัวสองลำจนเดินทางมาถึงนครนิวยอร์ก
หลังจากถึงพื้นอย่างปลอดภัย คุณยายของเย่เฉินก็โทรศัพท์หากู้ชิวอี๋
กู้ชิวอี๋ในตอนนี้ เริ่มเตรียมตัวสำหรับการแสดงอย่างเป็นทางการของคืนนี้ที่ฮอลล์แล้ว จู่ ๆ ก็ได้รับสายที่นายหญิงใหญ่โทรมาหา จึงรับสายอย่างรีบร้อน พลันเอ่ยด้วยความเคารพ : “คุณยาย !”
“เฮ้ !” นายหญิงใหญ่หัวเราะตอบรับ พลางเอ่ยถามอย่างมีความสุข : “หนานหนาน หนูยุ่งอยู่หรือเปล่า? ยายโทรมาหาหนูไม่ได้เป็นการหน่วงเหนี่ยวธุระของหนูใช่ไหม ?”
กู้ชิวอี๋โกหกตอบ : “คุณยายหนูไม่ยุ่งค่ะ เพิ่งจะนั่งลงเตรียมจะพักสักพักหนึ่ง”
นายหญิงใหญ่หัวเราะเอ่ย : “หนานหนาน เรื่องนี้ไม่ต้องรบกวนหนูหรอก ยายให้น้าชายใหญ่ของหนูไปปรึกษามาแล้ว จนรู้ว่าตั๋วคอนเสิร์ตหนูขายหมดเกลี้ยงตั้งนานแล้ว ทางนี้น้าชายใหญ่ของหนูได้ติดต่อกับผู้จำหน่ายตั๋วที่ซื้อแล้วขายต่อในราคาสูง ถึงตอนนั้นให้เขาส่งคนไปซื้อก็ได้แล้ว”
กู้ชิวอี๋รีบเอ่ย : “ไม่เป็นไรค่ะ คุณยาย หนูลองถามดูก่อนว่าสถานการณ์เป็นไง ช่วงนี้ในอินเทอร์เน็ตมีหลายคนที่ซื้อตั๋วมือสองแล้วถูกหลอก หนูลองถามผู้จัดการดูว่ามีตั๋วที่สำรองไว้ไหม ถ้ามีละก็ ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว”
นายหญิงใหญ่ก็ไม่ได้คิดมาก หัวเราะเอ่ย : “งั้นก็ได้ งั้นก็รบกวนหนานหนานแล้ว”
“จะเป็นไปได้ยังไงกันค่ะ” กู้ชิวอี๋รีบบอก : “ไกลตั้งขนาดนี้คุณยายยังมาดูการแสดงของหนู หนูดีใจแทบไม่ทันเลยค่ะ !”
กู้ชิวอี๋วางสายแล้ว ก็รีบโทรไปหาเย่เฉิน
เย่เฉินในตอนนี้ กำลังชมอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ อยู่กับเซียวชูหรันอยู่ เมื่อรับสายของกู้ชิวอี๋ ก็เอ่ยด้วยไม่ใส่ใจมาก ๆ : “สวัสดีครับคุณกู้ คุณมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...