นายหญิงใหญ่เอ่ยเตือนอยู่ข้าง ๆ : “ญ่าหลินกับโฉงชิวอายุห่างกันไม่กี่ปี ปีนี้อายุห้าสิบกว่าปีแล้ว”
“อ้อ……” จู่ ๆ คุณท่านก็ได้สติกลับมา เมื่อครู่ตอนนึกถึงหลี่ญ่าหลิน นึกว่ายังอยู่เมื่อยี่สิบปีก่อน
ไม่นานนัก หลี่ญ่าหลินจึงขึ้นลิฟต์จนมาถึงชั้นบนสุดของอาคารอานปาง ภายใต้การคอยติดตามของพนักงาน
พอเห็นคุณท่าน เขาจึงรีบเดินมาข้างหน้า พร้อมกับเอ่ยด้วยความเคารพ : “ลุงอาน ร่างกายลุงยังแข็งแรงดีอยู่ใช่ไหม ? เดิมทีผมอยากไปเยี่ยมลุงที่ลอสแอนเจลิสด้วยกันกับโฉงชิว แต่สองวันก่อนมีธุระมากนิดหน่อยจริง ๆ ปลีกตัวไปไม่ได้ ขอให้ลุงให้อภัยด้วย !”
คุณท่านสังเกตหลี่ญ่าหลิน พลันเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ : “แกคือญ่าหลิน ?”
หลี่ญ่าหลินชะงักไป มองดูคนอื่น ๆ แล้วมองคุณท่านอีกครั้ง พลันรีบพยักหน้าบอก : “ผมเองครับ ลุงอาน ผมคือญ่าหลิน หลี่ญ่าหลินครับ”
คุณท่านอดไม่ได้ที่จะพูด : “แก……ทำไมตอนนี้แกไปไวเหมือนกับพ่อแกเมื่อสองปีนั้น อาสะใภ้ของแกบอกกับฉันว่าปีนี้แกอายุห้าสิบกว่า ฉันว่าบอกไม่เต็มที่แกก็น่าจะอายุหกสิบกว่าปีแล้วนะ เกิดเรื่องอะไรขึ้น ? ทำไมแกถึงทำให้ตัวเองเป็นแบบนี้ล่ะ”
หลี่ญ่าหลินเอ่ยอย่างเก้อเขิน : “แหะ……หลายปีมานี้ยุ่งแต่กับงานมาตลอด โหมทำงานหนักเกินไป และก็ไม่ใส่ใจการบำรุงรักษาสุขภาพอีกด้วย ก็เลยยิ่งแก่กว่าคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน……”
พูดๆ อยู่ หลี่ญ่าหลินก็เอ่ยอีก : “อ้อ จริงสิ อาหลี่ อาอย่าเห็นว่าเพิ่งจะอายุห้าสิบกว่าปี ผมได้เกษียณก่อนกำหนดแล้วนะ”
คุณท่านก็ยิ่งงงงวย ขมวดคิ้วถาม : “ทำไมไวขนาดนี้ก็เกษียณแล้วล่ะ ?”
หลี่ญ่าหลินยิ้มเจื่อนแล้วเอ่ย : “เดิมทีตั้งใจจะเกษียณปีหน้า หลายปีมานี้ละเลยภรรยากับลูกมากเกินไป พวกเธอโกรธผม สองปีก่อนก็ย้ายไปฮิวสตันแล้ว หากว่าผมไม่รีบเกษียณไปอยู่เป็นเพื่อนพวกเธอ จากนี้เกรงว่าจะตัดขาดความสัมพันธ์กับผมเอาน่ะสิ”
คุณท่านอดไม่ได้ที่จะถาม : “ตั้งใจจะเกษียณปีหน้า ทำไมตอนนี้ก็เกษียณก่อนกำหนดแล้วล่ะ ?”
คุณท่านหัวเราะคิกคัก แล้วเอ่ย : “ฉันเห็นไอ้หนุ่มอย่างแกนี่ มีสภาพที่ทรุดโทรมแบบนี้ ก็รู้แล้วว่าแกน่ะอยากดื่มเองแน่ ๆ ”
ว่าแล้ว เขาจึงเอ่ยกับอานโฉงชิวกับอานข่ายเฟิง : “โฉงชิว ข่ายเฟิง อีกเดี๋ยวพวกแกสองคนดื่มเป็นเพื่อนญ่าหลินหน่อย ส่วนฉันก็ไม่ดื่มแล้วล่ะ”
สองพี่น้องพยักหน้า : “ได้ครับพ่อ”
คุณท่านเห็นความหงอยเหงาที่ยากที่ปิดบังเอาไว้ได้ของญ่าหลินนั่น จึงแสร้งเอ่ยอย่างเคร่งขรึม : “ญ่าหลิน ! มีชีวิตชีวาหน่อย ! ดูสภาพของแกตอนนี้สิ ไม่มีเค้าบุคลิกที่องอาจห้าวหาญของพ่อแกในตอนนั้นเลย !”
หลี่ญ่าหลินรีบยืดตัวตรง เอ่ยด้วยความเคารพ : “ลุงอาน ที่ลุงวิจารณ์คือ……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...