ผ่านมินิบาร์มาก็เป็นโซฟาสองตัวที่ตั้งตรงข้ามกันถูกวางไว้อยู่ตรงกลาง และถัดจากโถงต้อนรับ ก็ยังมีโซฟาที่ตัวหนึ่งสูงตัวหนึ่งต่ำสองแถวหันหน้าไปทางหน้าต่างจรดพื้นบานใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับชมคอนเสิร์ต
เฉินตัวตัวเอ่ยแนะนำเย่เฉินและเซียวชูหรัน "อาจารย์เย่ นายหญิงเย่ ห้องนี้ล้วนมีการติดตั้งฉนวนกันเสียงพิเศษ คนห้องข้างๆ จะไม่สามารถรบกวนคุณได้ หน้าต่างบานสูงพื้นจรดเพดานด้านหน้าก็เป็นกระจกทางเดียว ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลกับการมองเห็นจากภายนอก”
เซียวชูหรานเอ่ยด้วยความเป็นกังวล "คุณหนูเฉิน ฉนวนกันเสียงที่นี่ดีมากอีกทั้งยังมีกระจกบานใหญ่มาก อย่างนั้นประสิทธิภาพเสียงจากการฟังคอนเสิร์ตจะได้รับผลกระทบหรือไม่?"
เซียวชูหรันเป็นแฟนตัวยงของกู้ชิวอี๋ สำหรับเธอแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในการชมคอนเสิร์ตของกู้ชิวอี๋คือเอฟเฟกต์ภาพและเสียง หากเอฟเฟกต์ภาพและเสียงตกลงไปอย่างมาก ต่อให้อยู่ในห้องวีไอพีอันหรูหราก็ถือว่าน่าเสียดายอย่างยิ่ง
เฉินตัวตัวมองออกถึงความกังวลของเซียวชูหรันและชี้ไปที่มุมบนซ้ายขวาของหน้าต่างบานจรดพื้นและด้านข้าง ด้านบนของโซฟา และกล่าวกับเธอว่า "คุณเซียวไม่ต้องกังวลกับภาพและเสียง อย่างที่เมื่อครู่คุณเอ่ย ห้องนี้มีฉนวนกันเสียงและกระจกทางเดียวเองก็ค่อนข้างหนา ดังนั้นเมื่อดูคอนเสิร์ตจากที่นี่ เสียงภายนอกก็จะเบาลงไปมาก ดังนั้น ในห้องนี้จึงมีการติดตั้งลำโพงเซอร์ราวด์ 7.4.4 เสียงของคอนเสิร์ตจะส่งมาโดยตรงผ่านลำโพงนี้ซึ่งสามารถกรองเสียงรบกวนของการแสดงสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งคุณจะได้ประสบการณ์ที่ดื่มด่ำมากขึ้นและยังสามารถปรับระดับเสียงได้ เอฟเฟกต์ภาพและเสียงโดยรวมแล้วดีกว่าในสนาม"
เซียวชูหรันถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพูดว่า "อย่างนั้นฉันก็โล่งใจ ... "
เฉินตัวตัวพยักหน้าพูดกับทั้งสองว่า "อาจารย์เย่ นายหญิงเย่ พนักงานของเราเตรียมเครื่องดื่มและของหวานเอาไว้ให้แล้ว ในห้องเองก็ยังมีห้องน้ำในตัว ดังนั้นหลังจากการแสดงเริ่มขึ้น เพื่อเพิ่มประสบการณ์การรับชมของคุณ พนักงานเสิร์ฟจะไม่เข้ามารบกวนพวกคุณก่อน หากคุณสองคนต้องการอะไรก็สามารถกดกริ่งได้โดยตรง แล้วเจ้าหน้าที่ของเราจะมาในทันที นอกจากนี้คุณท่านสองได้โปรดพยายามอย่าออกไประหว่างการแสดงแ เนื่องจากด้านนอกไม่มีพนักงานและจะมีเสียงดังตอนเริ่มการแสดง หากเกิดกรณีฉุกเฉินอาจตอบสนองได้ยาก”
หลังจากที่เฉินตัวตัวออกไปแล้ว เย่เฉินก็นั่งบนโซฟาในบริเวณโถงต้อนรับอย่างฟุ้งซ่านเล็กน้อย เมื่อเขาคิดว่าตายายของตนจะมาถึงในอีกสิบนาที ในใจของเขาก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาอีกครั้ง
เซียวชูหรันเห็นว่าท่าทางของเย่เฉินในตอนนี้ออกจะผิดปกติอยู่บ้าง ดังนั้นเธอจึงนั่งลงข้างเขาและถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ที่รักคุณเป็นอะไรไป? ไม่สบายหรือเปล่า?”
เย่เฉินยิ้มน้อยๆและกล่าวว่า "ไม่กี่วันนี้วิ่งไปมาระหว่างสองประเทศ บางทีอาจจะเหนื่อยนิดหน่อย"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...