อานโฉงชิวกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ไอ้หย่า คนหัวรั้นอย่างนายรู้วิธีเซอร์ไพรส์ลูกเมียด้วยแล้ว? ใช้ได้นี่ มีพัฒนาการแล้ว!”
พูดไป อานโฉงชิวก็พูดอีกครั้ง “พอแล้ว นายอย่ามามัวชักช้าอยู่แถวนี้เลย ฉันจะให้ลูกเรือไปเตรียมพร้อม ส่วนนายไปสนามบินเดี๋ยวนี้!”
หลี่ญ่าหลินรีบพูด "อย่าอย่าอย่า พูดไปดิบดีแล้วว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อนคุณท่านใหญ่และนายหญิงใหญ่ถึงมาที่นี่ จะให้ฉันมาถึงแล้วก็จากไปแบบนี้ไม่ได้ ถึงรีบร้อนก็ไม่ถึงขั้นนั้น รอให้การแสดงจบลงก็ยังไม่สาย"
อานโฉงชิวโบกมือแล้วพูดว่า “เรื่องนี้ไม่เห็นเป็นไรนี่! นายก็บอกพวกเขาสักหน่อย พวกเขาย่อมเข้าใจได้”
"อย่าเลย" หลี่ญ่าหลินกระซิบ "ฉันไม่ได้เจอคุณท่านใหญ่มานานแล้ว กว่าจะได้อยู่เป็นเพื่อนเขาก็ไม่ง่ายเลย ใช้เวลาเพิ่มสักสองชั่วโมงไม่เห็นไปไร นายบอกลูกเรือเอาไว้สักหน่อย หลังการแสดงจบลงฉันค่อยไป"
เมื่อเห็นเขายืนกรานแบบนี้ อานโฉงชิวก็พยักหน้าและพูดว่า “ก็ได้ ฉันจะไปบอกลูกเรือเดี๋ยวนี้ ให้พวกเขาเตรียมตัวล่วงหน้า”
"ตามนี้!" หลี่ญ่าหลินหัวเราะและพูดว่า "ขอบคุณพี่ชาย!"
อานโฉงชิวกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "พวกเราเป็นพี่น้องกันนี่ นานจะมาสุภาพกับฉันขนาดนี้ไปทำไมกัน?"
พูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาทันทีและช่วยหลี่ญ่าหลินจัดการเรื่องเครื่องบิน จากนั้นเขาก็หยิบแก้วไวน์เดินไปที่ฝูงชน และเอ่ยยิ้มๆ “พ่อกับแม่ ผมขอเอ่ยสักประโยค ญ่าหลินกำลังจะเป็นคุณตาแล้วในไม่ช้า พวกเรามาดื่มชาแทนไวน์ ฉลองให้เขากัน!”
เมื่อคุณท่านใหญ่ได้ยินแบบนี้ เขาก็ยิ้มอย่างยินดีและกล่าวว่า "ดีดี! มีลูกหลานเพิ่มถือเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง ญ่าหลินนายถือว่ามีโชคแล้ว!"
คุณท่านใหญ่พูดอย่างจริงจังว่า “นายนี่มันใจดำจริงๆ วันๆเอาแต่คิดจะคลี่คลายคดี ฉันก็เลยต้องตัดสินใจแทนพ่อที่เสียชีวิตไปของนายด้วย!”
พูดจบ คุณท่านใหญ่ก็พูดว่า "ในครอบครัวของนายมีผู้หญิงเพียงคนเดียว แต่ตระกูลหลี่ของนายจะขาดผู้สืบสกุลไม่ได้! ถ้าลูกเขยของนายยอมคลอดลูกชายให้ตระกูลหลี่ของพวกนายและช่วยให้พี่น้องของฉันมีลูกหลานสืบทอดต่อไป อย่างนั้นฉันอานฉีซานก็จะต้องมอบอั่งเปาขนาดใหญ่ให้ที่ทำให้เขาไม่กังวลไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ญ่าหลินก็ตกตะลึงไป ดวงตาของเขาก็แดงก่ำขึ้นทันที เขาจงใจลูบจมูกเพื่อปกปิดเอาไว้และพูดด้วยรอยยิ้มล้อเล่นว่า “ลุงอาน นี่มันยุคไหนกันแล้ว พวกเราไม่ได้ยึดถือศักดินาขนาดนั้น...”
คุณท่านใหญ่พูดอย่างจริงจังว่า “ญ่าหลิน นี่ไม่ใช่เรื่องการยึดถือศักดินา แต่เป็นการสืบทอด! ตั้งแต่สมัยโบราณ นายเคยได้ยินแค่เรื่องการบูชาบรรพบุรุษของตัวเอง แต่นายเคยได้ยินไหมว่ามีใครบูชาบรรพบุรุษที่มีนามสกุลต่างออกไป? อย่าพูดถึงคนอื่นเลย นายรู้ไหมว่าแซ่ของปู่ของปู่นายคืออะไร รู้ไหมว่าแซ่ของตาของตานายคืออะไร? อะไรคือขาดคนสืบสกุลนายรู้รึเปล่า?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...