ในตอนนั้น แม่ของเธอยังตั้งท้องน้องสาวของตนอยู่ และเป็นเพราะเธอกำลังตั้งท้องน้องสาวของเธอ ดังนั้นจึงเพิกเฉยต่อการตรวจร่างกายตามปกติ และไม่สามารถตรวจพบโรคมะเร็งขั้นต้นและยับยั้งอย่างทันเวลาได้
หลังจากตั้งท้องมาสิบเดือน หลังจากให้กำเนิดน้องสาวของเธอ อีกทั้งยังให้กินนมแม่ด้วยตนเองเป็นเวลาครึ่งปี ในช่วงเวลานั้น แม่ของเธอที่จต้องการรักษาคุณภาพของน้ำนมแม่ แม้แต่เป็นหวัดก็ยังไม่ยอมกินยาเลยสักเม็ด ดังนั้นอาการของเธอจึงถูกถ่วงเวลาออกไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งแม่ของเธอรู้สึกไม่สบายและไปโรงพยาบาล แพทย์บอกเธอว่าเธออยู่ในระยะที่เป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย
แพทย์ยังบอกอีกด้วยว่าสาเหตุที่โรคพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นมีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าของเธอ
ด้วยเหตุนี้ หลิวม่านฉงจึงไม่สามารถให้อภัยหลิวเจียฮุยพ่อของเธอได้ และนับประสาอะไรกับฟางเจียซินที่อยู่ต่อหน้าเธอ
ฟางเจียซินรู้ตัวเองดี ดังนั้นเธอจึงไม่กล้าเผชิญหน้ากับ หลิวม่านฉงมาโดยตลอด หลังจากให้กำเนิดบุตรชาย เธอก็อาศัยบารมีลูกชาย และพยายามใช้ประโยชน์จากตำแหน่งของเธอต่อหน้าหลิวเจียฮุยเพื่อหาทางให้ หลิวม่านฉงออกจากบ้านนี้ไป
อย่างไรก็ตาม หลังจากพยายามหลายครั้ง เธอก็พบว่าแม้ต่อหน้าหลิวเจียฮุยจะไม่เคยยอมรับความผิดพลาดของตนเองกับ หลิวม่านฉงในตอนนั้นมาก่อน แต่ในใจเขาก็รู้สึกเป็นติดค้างลูกสาวของเขาอย่างมาก ดังนั้นหลิวเจียฮุยจึงอดทนต่อ หลิวม่านฉงในทุกๆด้าน
และเป็นเพราะเหตุนี้เองฟางเจียซินจึงแทบไม่สามารถหาโอกาสเหมาะสมที่จะขับไล่ หลิวม่านฉงไปให้พ้นจากสายตาของเธอได้
ผลก็คือ คนทั้งสามที่มีความคิดต่างกันต่างต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่แปลกประหลาด
ในเวลานี้เย่เฉินเป็นฝ่ายทำลายสถานการณ์ และเอ่ยปากกับหลิวเจียฮุยว่า “คุณหลิว เรื่องภายในครอบครัวของคุณ ฉันที่เป็นคนนอกคงจะไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้ ไม่งั้น ผมไปก่อนดีไหม พวกเราค่อยคุยกันเมื่อมีเวลา?”
หลิวเจียฮุยกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "ใช่ใช่ใช่ กินไปพูดคุยไป กินไปคุยไป!"
เมื่อทั้งสี่คนนั่งลงที่โต๊ะ คนใช้ก็นำอาหารหลากหลายขึ้นโต๊ะในทันที
อาหารเหล่านี้เกือบทั้งหมดเป็นอาหารกวางตุ้งแบบคลาสสิก และแต่ละจานก็ประณีตมาก
หลิวเจียฮุยด้านนึงเรียกให้เย่เฉินทาน อีกด้านก็แนะนำอาหารที่หายากเหล่านี้ให้กับเย่เฉิน "คุณเย่ อาหารกวางตุ้งของเรามีชื่อเสียงไปทั่วโลกในด้านส่วนผสมอันล้ำค่า และวัตถุดิบของครอบครัวเราก็ถือเป็นของล้ำค่าที่สุด! คุณดูหูฉลาม หอยเป๋าฮื้อ กระเพาะปลา รังนก กุ้งมังกร แต่ละอันล้วนล้ำค่าที่สุด! และพ่อครัวของตระกูลเรา ก็คือปรมาจารย์ด้านอาหารกวางตุ้ง บนโต๊ะนี้มีอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจานไหนก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นจุดสูงสุดของอาหารกวางตุ้ง!"
เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อย เขาไม่ได้ขยับตะเกียบ แต่มองไปที่หลิวเจียฮุยและถามอย่างจริงจังว่า “อ้อ ใช่สิคุณหลิว ฉันได้ยินมาว่าในอาหารกวางตุ้ง ห่านย่างถึงจะเป็นอาหารสุดคลาสสิก ไม่ทราบว่าห้องครัวของคุณหลิวได้เตรียมเอาไว้รึเปล่า?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...