ห่านย่าง เฉินจี้ เป็นร้านห่านย่างที่ตอนนั้นเปิดโดยพ่อของเฉินจ้างโจงบนเกาะฮ่องกาง
ชายชราทำงานหนักมาหลายสิบปี และทำให้ห่านย่างเฉินจี้กลายเป็นแบรนด์ห่านย่างที่โด่งดังที่สุดบนเกาะฮ่องกาง และยังติดอันดับร้านอาหารมิชลินราคาไม่แพงบนเกาะฮ่องกางมาหลายปีติดต่อกันซึ่งโด่งดังอย่างมากในฮ่องกาง
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เฉิน หลิวเจียฮุยก็แทบอดไม่ได้ที่จะตบปากตัวเองครั้งใหญ่สักสองฉาด ในใจอดด่าตัวเองไม่ได้ “เวรเอ๊ย! ปากฉันมันเปราะจริงๆ! อยู่ดีๆจะไปถามถึงชื่อร้านทำไมกัน...”
สีหน้าของฟางเจียซินยิ่งมีความอึดอัดและแฝงด้วยความกลัวเล็กน้อย
เย่เฉินพูดถึงห่านย่างก็แล้วไป แต่เขากลับดันพูดถึงห่านย่างเฉินจี้ขึ้นมา แบบนี้เท่ากับตบหน้าตัวเองกับหลิวเจียฮุยด้วยปากฉาดใหญ่เลยไม่ใช่หรือไง?
เมื่อเห็นการแสดงออกของพวกเขาชะงักไป หลิวม่านฉงที่นั่งตรงข้ามเย่เฉินด้วยใบหน้าที่เย็นชามาตลอด ทันใดนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมา
หลิวเจียฮุยหันไปจ้อง หลิวม่านฉงทันทีและถามอย่างโกรธเคือง "มีอะไรน่าตลก?!”
หลิวม่านฉงยักไหล่ “เดิมก็ไม่มีอะไรให้ตลกเลย แต่ปฏิกิริยาของพวกคุณน่าตลกเกินไป คนเขาก็แค่อยากจะกินห่านย่าง ทำไมพวกคุณจะต้องตอบสนองรุนแรงแบบนั้นด้วย?
หลิวเจียฮุยพูดอย่างโกรธเคือง “คุณเย่ไม่รู้สาเหตุ แต่แกก็ไม่รู้ด้วยหรือไง?”
"หนูไม่รู้นี่" หลิวม่านฉงเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ทุกวันหนูก็แค่กลับมานอน ไม่ได้ติดต่อกับพวกคุณมากนัก หนูจะไปรู้ที่มาที่ไประหว่างพ่อกับห่านย่างได้ยังไง?"
หลิวเจียฮุยโกรธเกินกว่าจะพูดออกมาได้
เขารู้ว่าลูกสาวของเขาแสร้งทำเป็นงุนงงง แต่ตัวเขาก็ไม่สามารถเอ่ยปะไรออกมาได้เช่นกัน ดังนั้นจึงหันไปหาเย่เฉินและพูดว่า “ใช่สิคุณเย่ ไม่ทราบว่าอาหารอื่นๆถูกปากคุณหรือไม่?"
"ก็ดี" เย่เฉินพยักหน้า เขาวางตะเกียบลง เดาะปาก ท่าทางเคร่งขรึม และเอ่ยด้วยความเสียดายเล็กน้อย “ถ้ามีห่านย่างก็จะสมบูรณ์แบบ”
เมื่อหลิวม่านฉงได้ยินแบบนั้น เธอก็อดไม่ไหวอีกต่อไปและหัวเราะออกมา
หลิวม่านฉงเอ่ยบีบคั้นขึ้น “คุณมีแน่ๆ!"
พูดไป หลิวม่านฉงก็ถามเขาอีกครั้งว่า “คุณกำลังพยายามกลั้นหัวเราะอยู่ใช่ไหม?”
"เปล่านี่" เย่เฉินกล่าวว่าหนักแน่นและจริงจังว่า “ทำไมฉันต้องกลั้นยิ้มไว้ด้วย?”
หลิวม่านฉงมองไปที่เย่เฉินและพูดด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง “เพราะคุณรู้ว่าที่มาของห่านย่างคืออะไร อีกทั้งยังเป็นคุณที่เอาแต่พูดถึงมันอย่างกระตือรือร้นตลอดเวลา ดังนั้นคุณจะต้องเก็บมันไว้ในใจของคุณ แล้วในฐานะคนที่ริเริ่มอย่างคุณ จะไม่อยากหัวเราะได้ยังไงกัน?”
เย่เฉินยิ้มน้อยๆและพูดว่า “คุณหนูหลิง เรียนตามตรง ฉันได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ฉันไม่หัวเราะกับเรื่องทั่วๆไป”
พูดไป เย่เฉินก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะและพูดว่า “ไม่หัวเราะกับเรื่องทั่วๆไป เว้นแต่ว่าจะอดไม่ได้แล้ว! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...