ในเวลานี้หลิวม่านฉงแทบสติแตก
ตอนนี้เธอไม่มีเรี่ยวแรงมาคิดเล็กคิดน้อยเรื่องที่เย่เฉินจับมือเธอ เพราะมัวแต่คิดว่าต้องจัดการปัญหายังไงดี
การดึงผู้ชายคนอื่นเข้ามาเป็นไม้กันหมา เธอเคยเห็นเขาทำกันบ่อยๆในทีวี แต่ตัวเองไม่เคยลองทำสักครั้ง
บังเอิญว่าเมื่อสักครู่เย่เฉินเอ่ยปากล้อ เธอถึงได้คิดละครฉากนี้ออกมา
แต่เธอคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเย่เฉินจะทำให้เรื่องมันดำเนินมาถึงขั้นรับมือยากแบบนี้
มันทำให้เธอรู้สึกกลัวกับการล้อเล่นในครั้งนี้ย้อนหลัง เสียงที่พูดเต็มไปด้วยก้อนสะอื้น เอื้อนเอ่ยอย่างขอร้องว่า “เย่เฉิน ถือว่าฉันขอนะ คุณออกไปจากเกาะฮ่องกางก่อน ให้ผ่านไปสักพักก่อนค่อยกลับมา ถ้าวันนี้คุณไม่รีบไป มันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ!”
เมื่อเย่เฉินเห็นเธอตาแดงก่ำ น้ำตาแทบจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ เขาจึงหยุดเดิน ปล่อยมือของเธอที่จับอยู่ออก เอ่ยพูดอย่างจริงจังว่า “คุณหลิว คุณไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอก ผมจะบอกคุณตรงๆนะ ที่ผมมาเกาะฮ่องกางในครั้งนี้ ก็เพราะมาหาเรื่องนี้แหละ!”
ขณะที่พูด เขาก็มองข้ามแววตาตกใจของหลิวม่านฉง เอ่ยพูดอย่างเฉยชาว่า “ผมมาเกาะฮ่องกาง ถ้ามีคนหาเรื่องผม ผมก็จะบดขยี้มัน หรือต่อให้ไม่มีใครหาเรื่องผม ผมก็จะหาคนมาบดขยี้เหมือนเดิมอยู่ดี!”
“ถ้าจงจื่อทาวอะไรนั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนักฮงเหมิน ผมก็อาจจะไม่ถือสาเขาก็ได้ แต่ในเมื่อเขามีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับสำนักฮงเหมินวันนี้ต่อให้เขาไม่หาเรื่องผม พรุ่งนี้ มะรืน หรือวันข้างหน้า ผมก็จะหาเรื่อง บดขยี้สำนักฮงเหมินให้แหลกเป็นผุยผงอยู่ดี!”
“คุณบ้าไปแล้วเหรอ?!”หลิวม่านฉงเบิกตาอ้าปากกว้าง เอ่ยพูดว่า “คุยธุรกิจดีๆไม่ชอบหรือไง จะมาหาเรื่องสำนักฮงเหมินทำไมไม่ทราบ?! คุณรู้ไหมว่าสำนักฮงเหมินเป็นใครมาจากไหน? ในเกาะฮ่องกาง ต่อให้ร่ำรวยแค่ไหน ก็ไม่มีใครกล้าลองดีกับสำนักฮงเหมินทั้งนั้น นอกเสียจากว่าอยากตาย!”
เย่เฉินไม่สามารถบอกหลิวม่านฉงได้ ว่าก่อนที่เขาจะลงจากเครื่องบิน เขาอ่านข้อมูลที่ว่านพั่วจินให้มาหมดแล้ว ครั้งนี้ผู้มีอิทธิพลในเกาะฮ่องกางที่แอบเสียเงินสามสิบล้านเพราะอยากฆ่าเฉินจ้างโจงมีตั้งหลายคน ซึ่งชื่อของสำนักฮงเหมินก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
“ไม่เอา” เย่เฉินโบกมือ “ถ้าจะกลับคุณก็กลับไปคนเดียว ผมอยากสัมผัสชีวิตยามค่ำคืนในเกาะฮ่องกางสักหน่อย”
หลิวม่านฉงทำอะไรไม่ได้ “ได้ๆๆ…..ฉันไปกับคุณก็ได้….”
เย่เฉินพยักหน้า ล้วงโทรศัพท์ออกมา โทรหาว่านพั่วจวิน
เมื่อปลายสายกดรับ ว่านพั่วจินก็เอ่ยพูดอย่างนอบน้อมว่า “คุณเย่ มีอะไรจะสั่งหรือเปล่าครับ?”
เย่เฉินเหลือบมองหลิวม่านฉง แล้วเอ่ยถามว่า “ก่อนหน้านี้นายเคยสืบเรื่องจงจื่อทาวมาหรือเปล่า?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...