“เป็นเจ้าภาพงานสำคัญอะไร?”
เมื่อได้ยินคำถามของหลิวม่านฉง เย่เฉินก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วเอ่ยพูดว่า “ตอนนี้ยังบอกคุณไม่ได้ ขอเก็บไว้เป็นความลับก่อน”
หลิวม่านฉงขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยถามเขาว่า “งั้นคุณได้คิดหรือเปล่า ว่าถ้าจงจื่อทาวจะเล่นงานคุณ คุณจะทำยังไง? คุณมีแค่สองมือเอาชนะหลายมือในเกาะฮ่องกางไม่ได้หรอกนะ คุณจะสู้สำนักฮงเหมินได้ยังไง?”
เย่เฉินเลิกคิ้วขึ้น พูดยิ้มๆว่า “คุณดูถูกผมเกินไปแล้ว สองมือเอาชนะหลายมือไม่ได้อย่างนั้นเหรอ? ต่อให้มีเป็นสี่สิบมือผมก็ไม่สนใจหรอก”
หลิวม่านฉงคิดว่าเย่เฉินพูดโอ้อวดเกินจริง สติของเธอแทบขาดผึงเพราะเขา ทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างจนใจ “ฉันล่ะยอมคุณจริงๆ!”
พูดจบ ก็เดินออกมาจากโรงจอดรถกับเย่เฉิน
ทั้งสองเดินออกมาจากโรงจอดรถ มาถึงห้างสรรพสินค้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน
ที่นี่นอกจากผู้คนที่กำลังสัญจรไปมา ก็ยังมีพนักงานกำลังขายของอย่างคึกคักและมีโซนแสดงผลิตภัณฑ์มากมาย
ในจุดทำเลดีๆ มีร้านรวงเปิดขายเบียดเสียดกัน ซึ่งร้านเหล่านี้ต่างมีตราโรงเรียนในเกาะฮ่องกางห้อยอยู่เต็ม มีนักเรียนในชุดยูนิฟอร์มเดินกันขวักไขว่อยู่ตรงหน้าร้านค้าเหล่านั้น
หลิวม่านที่กำลังอยู่ในอารมณ์ซับซ้อนพาเย่เฉินมายังร้านรวงเหล่านี้ ซึ่งตรงนี้เคยเป็นจุดที่เธอกับเพื่อนๆทำจิตอาสาการกุศลด้วยกัน
เมื่อเห็นหลิวม่านฉงเดินเข้ามา เหล่านักเรียนต่างพากันประหลาดใจ แต่กระนั้นก็ยังทยอยเข้ามาทักทายเธอ
เด็กหนุ่มที่สวมใส่แว่นตารีบเดินเข้ามาถามว่า “พี่ม่านฉง พี่มาได้ยังไง?”
หลิวม่านฉงยิ้มเล็กน้อย ตอบกลับไปว่า “ช่วงบ่ายมีธุระแถวนี้พอดีน่ะ ก็เลยแวะมานี่สักหน่อย”
“ฉะนั้น ทุกคนต้องพยายามเข้าไว้นะ เราต้องขายของที่เก็บรวบรวมมาได้ขายออกไปให้เร็วที่สุด แล้วก็ ฉันเปิดรับสมัครนักเรียนคนอื่นๆในโรงเรียนมาเข้าร่วมเพิ่มแล้ว ทุกคนพยายามบริจาคของที่ไม่ได้ใช้กันมาเยอะๆ ถ้าเก็บสะสมได้หลายๆอัน ต้องเอาไปทำการกุศลได้อีกหลายอย่างแน่ๆ”
ทุกคนส่งเสียงฮึกเหิมเมื่อได้รับแรงเชียร์จากหลิวม่านฉง แต่ละคนเต็มไปด้วยพลังอันล้มเปี่ยม
ในตอนนี้เอง ก็มีผู้หญิงท่าทางดูดีคนหนึ่งมองมาที่เย่เฉิน จากนั้นก็เอ่ยถามว่า “พี่ม่านฉง ว่าแต่หนุ่มหล่อคนนี้ใครเหรอ? พี่ยังไม่ได้แนะนำให้พวกเรารู้จักเลยนี่นา”
หลิวม่านฉงหันมองเย่เฉิน เอ่ยพูดกับทุกคนว่า “คนนี้คือคุณเย่ แขกของฉันเอง”
“แขก?” ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยพูดอย่างแซวๆ “พี่ม่านฉง อย่าบอกนะว่าคือคู่หมั้นที่ครอบครัวพี่จับคู่ให้?”
“จะเป็นแบบนั้น…..”เมื่อหลิวม่านฉงได้ยินคำว่าคู่หมั้น ก็รู้สึกเหมือนจะสติแตก จึงเอ่ยพูดอย่างไม่หยุดคิดว่า “หยุดเลย คุณเย่เป็นเพื่อนพ่อฉัน เขามาคุยธุรกิจกับพ่อฉันที่นี่ บังเอิญเขาไม่ค่อยได้มาที่เกาะฮ่องกาง ฉันก็เลยอาสาพาเขาเที่ยวแค่นั้นเอง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...