คำพูดสบายๆของเย่เฉิน ทำให้หลิวม่านฉงเริ่มเครียดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
เธออดไม่ได้ที่จะซักถามเย่เฉินว่า “คุณคิดจะทำอะไรกันแน่? เรื่องอะไรทำไมต้องไปทำในที่ที่คนน้อยๆ?!”
เย่เฉินมองมาที่เธอยิ้มๆ แล้วพูดว่า “คุณไม่ต้องห่วง เรื่องที่ผมจะทำมันไม่เกี่ยวกับคุณหรอก คุณแค่ดูอยู่เฉยๆก็พอ”
พูดจบ เขาก็เหยียบคันเร่งพารถเทสลาของหลิวม่านฉงขับทะยานออกไป
รถเพิ่งออกมาจากลานจอดรถได้ไม่นานเท่าไหร่ ข้างหลังก็มีรถขับตามมาสามคัน
จงจื่อทาวนั่งอยู่บนรถหนึ่งในสามคันนั้น มองไปยังรถเทสลาคันข้างหน้าพร้อมกัดฟันกรอด เอ่ยพูดกับคนข้างกายเสียงเย็นว่า “ตามไอ้เวรนั่นให้ทัน!วันนี้ฉันต้องได้เล่นงานมันให้ตาย!”
คนที่กำลังขับรถแสยะยิ้ม “คุณชายจงวางใจได้ เราไล่บี้ไอ้หมอนั่นเข้าหาความตายได้แน่นอน”
บนแขนของคนคนนี้เต็มไปด้วยรอยสัก รวมไปถึงเส้นเลือดที่ผุดตามร่างกายและใบหน้า มองแค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นพวกที่ไม่ควรเข้าไปมีเรื่องด้วย
จงจื่อทาวแสยะยิ้มมุมปาก เอ่ยพูดอย่างเยือกเย็นว่า “ส่วนหลิวม่านฉง ถ้ายังไม่รู้ว่าอะไรดีไม่ดีอีก ฉันก็จะหาโอกาสเอาเธอซะให้มันจบๆ!”
คนขับรถหัวเราะเหอะๆออกมา “คุณชายจง ถ้าคุณทำอย่างนั้นจริงๆ คงต้องให้พ่อกับปู่ของคุณไปสู่ขอเธอที่ตระกูลหลิวแล้ว ตระกูลหลิวไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน!”
“เข้าท่าแฮะ” จงจื่อทาวพยักหน้า เอ่ยพูดว่า “ถ้าเธอยังคิดไม่ได้ งั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจก็แล้วกัน!”
เย่เฉินขับรถไปตามจีพีเอส ระหว่างทาง เขาก็เอาแต่สังเกตรถสามคันที่ขับตามมาข้างหลังเป็นระยะๆ เมื่อเห็นว่ารถเหล่านั้นยังขับตามมาอยู่ ก็วางใจลง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เย่เฉินก็ขับรถมาถึงเขตภูเขาที่อยู่ใกล้ๆเขาหงฮวาในเกาะฮ่องกาง
จากนั้น เขาก็ผ่อนความเร็วลง เตรียมจอดในสถานที่ที่พอเหมาะพอเจาะ เพื่อพบปะกับเพื่อนใหม่ที่ตามมาข้างหลัง
และในตอนนี้เอง จงจื่อทาวที่นั่งอยู่ในรถคันข้างหลัง ก็มีสีหน้าย่ำแย่ขึ้นเรื่อยๆ
คนขับรถอดที่จะพึมพำขึ้นมาไม่ได้ว่า “ให้ตาย สองคนนั้นลงทุนขับรถมาถึงที่นี่กลางวันแสกๆ คงไม่ใช่เพราะจะทำอะไรบัดสีบัดเถลิงหรอกนะ!”
ขณะนั้นเอง เย่เฉินที่อยู่ในรถคันข้างหน้าก็ปลดสายเบลท์ออก เอ่ยพูดกับหลิวม่านฉงที่อยู่ข้างๆว่า “คุณม่านฉง ลงรถกันเถอะครับ”
“ลงรถ?” หลิวม่านฉงเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ “คุณพาฉันมาในที่ห่างไกลผู้คนแบบนี้ คิดจะทำอะไรกันแน่?”
เย่เฉินพูดยิ้มๆ “ลงรถเดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละ”
เย่เฉินเอื้อนเอ่ยขึ้นมาอีกว่า “หรือถ้า คุณไม่เชื่อใจผม จะรออยู่ในรถก็ได้นะ ผมไปทำธุระแปบหนึ่ง เสร็จแล้วเดี๋ยวกลับมา”
หลิวม่านฉงได้ยินแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าไปเอาความกล้ามาจากไหน รีบปลดสายเบลท์ เอ่ยพูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “ฉันไปด้วย!”
“ได้สิ” เย่เฉินพยักหน้า แล้วเปิดประตูลงจากรถไปก่อน
หลิวม่านฉงรีบเปิดประตูตามลงไป มองซ้ายมองขวา แล้วเอ่ยถามเย่เฉินว่า “เราจะไปไหนกัน?”
เย่เฉินมองไปยังทางเดินเล็กๆตามแนวเขา เอ่ยพูดว่า “เริ่มจากตรงนี้แล้วกัน ลงไปดูข้างล่างกันเถอะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...