หลิวม่านฉงเห็นสีหน้าเจ้าเล่ห์ของเย่เฉิน จึงรู้ว่าพูดไปยังไงก็เถียงไม่สู้เขา เลยเลือกที่จะเมินเขาให้รู้แล้วรู้รอด ด้วยการขึ้นไปนั่งบนรถ
ในตอนนี้เองเย่เฉินก็ขึ้นมานั่ง รัดสายเบลท์ไปพลาง เอ่ยปากพูดไปพลาง “คุณม่านฉง คืนนี้จะพาผมไปกินอะไรเหรอ?”
หลิวม่านฉงเอ่ยพูดอย่างหัวเสีย “ฉันไม่กินนะ คุณทำให้ฉันโมโหจนกินอะไรไม่ลงแล้ว!”
พูดจบ เธอก็หันไปเหลือบตามองบนใส่เย่เฉิน ในใจยอมถอยให้แล้ว แต่ว่าน้ำเสียงก็ยังเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ฉันจะพาคุณไปกินบะหมี่เกี๊ยวร้านเด็ดในเกาะฮ่องกางก็แล้วกัน ข้างร้านมีผ้าขี้ริ้ววัวกับลูกชิ้นปลาขายด้วย ซื้อมากินเป็นของกินเล่นไปพลางๆได้ ถ้ายังไม่อิ่ม จะกินผัดปูด้วยก็ได้”
เย่เฉินเลิกคิ้วขึ้น “ฟังดูน่าอร่อย งั้นก็รบกวนคุณม่านฉงคอยแนะนำให้หน่อยนะ วันไหนคุณไปเมืองจินหลิง เดี๋ยวผมเลี้ยงก้วยเตี๊ยวเป็ดกับเนื้อเป็ดเค็มก็แล้วกัน”
หลิวม่านฉงเหลือบมองเขา แล้วถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้ “ฉันจะทำยังไงกับคุณดี!”
พูดจบ ก็ขับรถออกมาจากเขาหงฮวา กลับไปที่ตัวเมืองเกาะฮ่องกาง
ขากลับเป็นช่วงที่รถเยอะ รถจึงวิ่งๆหยุดๆ ใช้เวลาไปหนึ่งชั่วโมงถึงมาถึงตัวเมืองฮ่องกาง
หลิวม่านฉงขับรถมาจอดที่ถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านและคึกคักเป็นพิเศษ หลังจากจอดรถเสร็จ ก็เอ่ยถามเย่เฉินอย่างค่อนข้างกังวลว่า “จะทำยังไงกับจงจื่อทาว? เขาจะไม่ฟื้นขึ้นมาใช่ไหม?”
เย่เฉินพูดกลั้วยิ้ม “ไม่ต้องห่วง ไม่ฟื้นหรอก”
หลิวม่านฉงเอ่ย “ตอนนี้ไม่ใช่ยุคของจางจื่อเฉียงแล้ว ระบบรักษาความปลอดภัยของเกาะฮ่องกางจึงดีขึ้น อีกอย่างที่นี่ก็เป็นตัวเมือง นี่ฉันรู้จักพ่อค้าแม่ขายที่เกือบทุกคน ใครจะกล้ามาลักพาตัวฉัน”
เย่เฉินพยักหน้า “มีเหตุผล”
ขณะที่พูด เย่เฉินก็เอ่ยถามอย่างสงสัย “การที่คุณหนูอย่างคุณ มากินข้าวที่นี่บ่อยๆ แปลว่าที่นี่ต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆเลยใช่ไหม?”
“ใช่” หลิวม่านฉงเอ่ยพูดด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคิดถึง “ตอนฉันยังเด็ก แม่มักจะพาฉันมากินข้าวที่นี่บ่อยๆ แม่บอกว่าฉันเลือกกินมาก แถมยังเลือกกินแบบไม่มีเหตุผลอีก ต่อให้อาหารที่บ้านจะอร่อยขนาดไหนฉันก็ไม่ยอมกิน แต่ชอบกินบะหมี่เกี๊ยวและพะโล้ที่ขายตามข้างถนน ถึงคนใช้ในบ้านจะทำรสชาติออกมาเหมือนเป๊ะๆ แต่ฉันก็ยังไม่ยอมกินเหมือนเดิม ดังนั้นแม่เลยสัญญากับฉันว่า ถ้าฉันกินข้าวเช้ากับข้าวเที่ยงครบทุกมื้อ ตอนเย็นจะพาฉันมากินข้าวเย็นที่นี่……”
หลิวม่านฉงพูดไปพลางถอนหายใจออกมา จากนั้นพึมพำด้วยใบหน้าเศร้าๆ “ตั้งแต่ที่แม่ฉันจากไป ฉันก็มากินข้าวที่นี่แทบทุกวัน ลากยาวตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยม พอจะเข้ามหาลัย ตอนนั้นพ่ออยากให้ฉันไปเรียนที่อเมริกา แต่ว่าฉันไม่อยากไปจากที่นี่ ก็เลยเลือกที่จะเรียนอยู่ในเกาะฮ่องกาง พูดไปคุณอาจจะไม่เชื่อ ตั้งแต่ฉันโตมาจนถึงตอนนี้ นอกจากตอนที่เคยออกไปจากเกาะฮ่องกางกับแม่เมื่อยังเป็นเด็กแล้ว ฉันก็แทบไม่ได้ไปจากที่นี่อีกเลย…..”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...