หลิวม่านฉงทักทายพวกเขาทีละคน แถมยังจำชื่อพวกเขาได้ทุกคน
หลังจากทักทายเสร็จ เธอก็พูดกับเย่เฉินว่า: "เศรษฐกิจของเกาะฮ่องกางเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตอนแรกที่ดินตรงนี้ถูกนายทุนซื้อไปและเตรียมที่จะพัฒนาใหม่ เจ้าของที่คนเดิมอยากขับไล่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าทางอ้อม จึงขึ้นค่าเช่าเป็นหลายเท่าในชั่วข้ามคืน พ่อค้าหลายรายจ่ายค่าเช่าไม่ไหว จึงเริ่มถอนตัว ฉันเลยไปหาพ่อขอให้พ่อทำยังไงก็ได้ให้ซื้อที่ดินตรงนี้มาให้ได้ ถ้าเขาซื้อมาให้ฉันได้ ฉันก็จะยอมให้เขาแต่งภรรยาใหม่เข้าบ้าน”
เมื่อพูดอย่างนั้น หลิวม่านฉงก็แบมือและพูดด้วยรอยยิ้มว่า "และแล้วฉันก็ได้เป็นเจ้าของถนนคนเดินแห่งนี้ตามที่หวัง แผงขายทั้งหมดบนถนนสายนี้รวมถึงร้านค้าทั้งสองด้านเป็นของฉันหมดเลย! เป็นไง ฉันเก่งไหม?”
“น่าทึ่งมาก” เย่เฉินถามด้วยรอยยิ้ม “แปลว่า คุณพาพ่อค้าแม่เหล่านี้กลับมาได้ หลังจากที่คุณซื้อถนนเส้นนี้มางั้นเหรอ”
“ใช่”หลิวม่านฉงพยักหน้าและพูดว่า “ฉันชวนพวกเขากลับมาค้าขายที่นี่ และสัญญากับพวกเขาว่าตราบใดที่พวกเขาเต็มใจที่จะเปิดแผงขายของที่นี่ ฉันจะไม่เพิ่มค่าเช่า ไม่เพียงแค่นั้น พวกค่าน้ำค่าไฟ ค่าทำความสะอาด และค่าบำรุงรักษาทั้งหมด ฉันจะเป็นคนออกเอง ไม่กี่ปีที่ผ่านราคาของสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งค่าเช่าที่พวกเขาต้องจ่ายในทุกปี ไม่เพียงพอสำหรับค่าบำรุงรักษาที่นี่ เพราะงั้นฉันเลยต้องให้บริษัทของพ่อฉันช่วยออกค่าใช้จ่ายอีกส่วนหนึ่งให้"
เย่เฉินยิ้มและพูดว่า “พ่อคุณก็ใจดีกับคุณอยู่นี่นา”
หลิวม่านฉ.พยักหน้า: “เขาใจดีกับฉันมาก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ฉันอภัยให้”
ขณะที่พูด สีหน้าหลิวม่านฉงก็ค่อยๆเย็นชาลง เอ่ยพูดอย่างจริงจัง: "แต่ตอนที่แม่ฉันจากไปมันเจ็บปวดมากจริงๆ ฉันยังจำเหตุการณ์ทุกฉากตั้งแต่แม่ป่วยจนถึงวันที่แม่ตายได้อยู่เลย ดังนั้นทั้งชีวิตนี้ฉันไม่มีทางให้อภัยเขาได้หรอก"
เมื่อเห็นว่าดวงตาของหลิวม่านฉงแดงก่ำ เหมือนเขาจะเผลอไปสะกิดต่อมความทรงจำอันเจ็บปวดของเธอเข้า ดังนั้นเย่เฉินจึงเปลี่ยนเรื่อง “จริงสิคุณม่านฉง เมื่อกี้อาหนานบอกว่าคุณไม่เคยพาผู้ชายมาที่นี่ แล้วทำไมถึงพาผมที่เพิ่งเจอกันวันนี้ครั้งแรกมาล่ะ? "
หลิวม่านฉงขมวดคิ้ว: “อย่าคิดอะไรเข้าข้างตัวเองเชียวนะ ฉันไม่ได้อยากพาคุณมาสักหน่อย!”
เย่เฉินขมวดคิ้ว: “ผมไม่เชื่อ คุณคิดว่าอย่างผมจำเป็นต้องซ่อนด้วยเหรอ”
หลิวม่านฉงกลอกตาใส่เขาอย่างฮึดฮัด และพูดว่า "เออๆๆ คุณมันเก่ง! คืนนี้คุณจะไปหลานกุ้ยฝ่างไม่ใช่เหรอ? ฉันจะรอดูคุณโชว์ความเก่งกาจที่หลานกุ้ยฝ่างก็แล้วกัน!"
เย่เฉินถามด้วยรอยยิ้มว่า “คุณอยากเห็นจริงๆเหรอ?”
หลิวม่านฉงพูดอย่างกระฟัดกระเฟียด: "ใช่! ฉันอยากเห็น กลัวก็แต่ว่าคุณจะทำไม่ได้ ลำบากฉันต้องหาวิธีช่วยคุณอีก!"
เย่เฉินดีดนิ้ว เลิกคิ้วแล้วพูดว่า "ในเมื่อคุณอยากเห็น ผมก็ต้องทำให้คุณสมหวังอยู่แล้วสิ!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...