เย่เฉินรีบเอ่ยขึ้น: “นายหญิงใหญ่อย่าเกรงใจเลยครับ ลุงโจงเป็นเพื่อนก่อนที่พ่อผมจะเสีย เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้ว”
สิ้นเสียง เย่เฉินก็ถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย: “ตอนนี้คุณรู้สึกว่าร่างกายเป็นยังไงบ้างครับ? มีความรู้สึกไม่สบายชัดเจนหรือเปล่า?”
นายหญิงใหญ่ตะลึงงันไปทันใด จากนั้นเอ่ยด้วยความประหลาดใจว่า: “เอ๊ะ พอได้ยินคุณพูดมาแบบนี้...เหมือนว่าฉันจะไม่มีตรงไหนไม่สบายเลยจริงๆ ...”
สิ้นเสียง นายหญิงใหญ่ก็ลองลุกขึ้นนั่ง รู้สึกว่าร่างกายเบาสบายมาก ก่อนหน้านี้เป็นเพราะโรคหลอดเลือดในสมอง ก็ราวกับตนเองเสียชีวิตไปแล้วครึ่งหนึ่ง ทว่าตอนนี้กลับไม่มีความรู้สึกร่องรอยของโรคหลอดเลือดในสมองเลยแม้แต่น้อย สภาพร่างกายก็ดีขึ้นอย่างน่าประหลาด
ลูกชายลูกสาวสองสามคนนั้นก็ตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก
ต้องเข้าใจก่อนว่า ตั้งแต่ที่นายหญิงใหญ่เป็นโรคหลอดเลือดในสมองจนถึงตอนนี้ สภาพร่างกายพูดได้ว่าย่ำแย่จนถึงขีดสุด ถึงขั้นว่าหมอก็ยังรู้สึกว่านายหญิงใหญ่ใกล้จะจากไปแล้ว ไม่เกินวันสองวันก็อาจจากโลกนี้ไปแล้ว
ทว่า พี่ใหญ่เฉินจ้างโจงป้อนยาอายุวัฒนะที่ไม่ทราบชื่อให้นายหญิงใหญ่ไป ผลที่ได้คือไม่เพียงแค่ไม่มีอาการของโรคหลอดเลือดในสมองแล้ว ทั้งเนื้อทั้งตัวสดชื่นขึ้นมาก ช่างน่าทึ่งจนพูดไม่ออกเสียจริง
เฉินจ้างโจงรีบมองไปยังเย่เฉิน แล้วถามว่า: “คุณชายเย่ แม่ของผมออกจากโรงพยาบาลได้แล้วใช่ไหม?”
เย่เฉินพยักหน้า: “โดยรวมแล้วไม่ต้องอยู่สังเกตอาการที่โรงพยาบาลต่อแล้ว”
“อย่าว่าแต่สุสานเลย ตอนนั้นแม้แต่อัฐิพวกเราก็ซื้อไม่ไหว โชคดีที่ตอนนั้นป่าช้าซาหลิ่งกำลังจะพัฒนา เลยสร้างสุสานใหม่ขึ้นมาและคุณฟางก็มาช่วยเหลือด้วย พวกเราถึงสามารถซื้อสุสานตามมาตรฐานให้คุณพ่อได้ เมื่อเทียบกับผู้ตายที่ได้บูชาแค่ในอัฐิแล้ว การที่คุณพ่อได้ถูกฝังจริงๆ คนในครอบครัวก็สบายใจ แบบนี้ถือว่าหาได้ยาก...”
น้องสาวคนเล็กของเฉินจ้างโจงพูดพลางสะอื้นขึ้นมา: “ต้องโทษพวกเราลูกๆ ที่ไม่มีความสามารถ...ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ต้องให้คุณฟางมาช่วย และเป็นเพราะเรื่องนี้หลิวเจียฮุยเลยด่าเธอไปยกใหญ่...”
เฉินจ้างโจงเม้มปาก เอ่ยถามต่อว่า: “เจียซิน...อ้อไม่สิ คุณนายหลิวมาบ่อยๆ เหรอ?”
น้องสาวคนเล็กของเฉินจ้างโจง อธิบาย: “ตอนแรกๆ มาบ่อยค่ะ ตอนที่หลิวเจียฮุยเพิ่งแต่งงานกับเธอเอาอกเอาใจเธอมาก เรื่องอะไรก็ตามใจเธอทุกอย่าง เพราะงั้นเธอเลยมาเยี่ยมคุณพ่อบ่อยๆ หลังจากที่คุณพ่อเสีย เธอก็ไม่กล้ามาอย่างโจ่งแจ้งแล้ว เลยมาน้อยครั้งลง เมื่อหลายวันก่อนตอนที่คุณแม่เข้าโรงพยาบาล เธอก็ยังตั้งใจมาที่นี่ด้วย แล้วก็ให้เงินด้วยค่ะ แต่พวกเราไม่ได้รับไว้...”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...