นั่นคือความอ่อนโยนที่สามารถทำให้ผู้ที่ล้มเหลวได้รับความอ่อนโยนแสนอบอุ่นสักเล็กน้อย
ดังนั้นเขาจึงถอนหายใจ พยักหน้า แล้วเอ่ยว่า: “ถ้าใจของเธอปล่อยวางจากเขาได้แล้วจริงๆ ถ้างั้นต่อจากนี้ไปเราก็มาใช้ชีวิตด้วยกันดีๆ เรื่องอดีตก็ให้มันจบลงตั้งแต่ตอนนี้”
ฟางเจียซินได้ยินประโยคนี้ ก็รู้สึกซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลนอง
หลายปีมานี้ เธอเองก็รู้ว่าหลิวเจียฮุยมีความรู้สึกยังไงกับตน
แม้ว่าเธอจะไม่สบายใจ ทว่าอย่างน้อยก็รู้ตัวเอง รู้ว่าทำไมหลิวเจียฮุยถึงได้เคลือบแคลงเธออยู่ในใจ
หลายปีผ่านไปแล้ว เธออยากจะหาโอกาสที่จะทลายกำแพงนี้มาโดยตลอด แต่ก็ไม่สามารถย้อนกลับไปได้
ครั้นใครจะไปคิด วันนี้หลังจากที่หลิวเจียฮุยประสบทุกข์แล้วนั้น ความเคลือบแคลงที่เขามีต่อตนจะหายไปทันที ทำให้เธอรู้สึกดีใจอย่างสุดซึ้ง
หลิวม่านฉงที่อยู่ข้างๆ ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมาในใจเพราะเหตุนี้เช่นกัน
เมื่อก่อนเธอไม่พอใจในตัวฟางเจียซินมาก ทว่าตอนนี้ อยู่ๆ เธอก็รู้สึกเห็นใจผู้หญิงคนนี้
อีกทั้ง เมื่อเห็นว่าเธอกับพ่อได้ทำลายกำแพงได้หมดจดแล้ว หลิวม่านฉงก็ยังผุดความรู้สึกปลาบปลื้มอยู่ในใจ
ทว่า เธอเองก็ไม่อยากอยู่ดูทั้งสองคนสารภาพรักกันตรงนี้ จึงลุกขึ้นแล้วเอ่ยว่า: “หนูขอกลับไปพักผ่อนในห้องก่อนนะคะ”
สิ้นเสียง หลิวเจียฮุยก็เอ่ยขึ้นอีก: “ถ้าเขาไม่มาหาลูก แล้วลูกก็ไม่ไปหาเขา หรือว่าเขามาหาลูกแล้วลูกยังชักสีหน้าใส่ แบบนี้ต่อให้จะมีพรหมลิขิต มีโอกาส ก็จะต้องหายไปหมดเพราะลูกแน่!”
หลิวม่านฉงถูกคำพูดนี้ของหลิวเจียฮุยแทงใจเข้าให้ ทว่าก็ยังดื้อรั้นแก้ตัวไป: “พ่อคะ หนูไม่ได้คิดกับเย่เฉินด้านนี้สักหน่อย อีกอย่างเรื่องหนูกับเขาเป็นไปไม่ได้หรอก หนูจะไปคบกับคนที่ให้พ่อตัวเองคุกเข่าได้ยังไง?”
หลิวเจียฮุยเอ่ยด้วยสีหน้าฉุนเฉียว: “ปัดโธ่เอ๊ย! ถ้าลูกได้คบกับเขาจริงๆ ให้พ่อคุกเข่าต่อหน้าเขาหน่อยจะเป็นอะไรไป? ต่อให้ต้องคำนับเขาก็ไม่มีปัญหา!”
สิ้นเสียง หลิวเจียฮุยก็เอ่ยอีก: “อีกอย่างนะ พวกเราต้องว่ากันตามเนื้อผ้า หาวิธีที่เหมาะสมกับความเป็นจริง การที่พ่อคุกเข่าให้เย่เฉินก็เพราะพ่อทำผิดต่อเขา ต้องการร้องขอให้เขาให้อภัย นี่มันเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ พูดตามตรงเลยก็คือพ่อหาเรื่องใส่ตัวเอง แต่ถ้าลูกสามารถพัฒนาความสัมพันธ์กับเย่เฉินได้ เขาจะให้พ่อคุกเข่าต่อหน้าทั้งๆ ที่ไม่มีเรื่องอะไรหรือไง?”
หลิวม่านฉงขมวดคิ้ว เอ่ยว่า: “ที่พ่อพูดแบบนี้ ก็เพราะว่าพ่อเห็นในศักยภาพของเย่เฉินล้วนๆ เลย"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...