ณ ที่นี่ ไม่สำคัญว่าใครถูกใครผิด มองดูแวบเดียวก็เข้าใจ
เมื่อเย่เฉินเห็นว่าคนที่ไม่ชอบติดค้างใครมาโดยตลอด ตอนนี้ได้เปิดใจพูดออกมาแล้ว ภายในใจก็รู้สึกผ่อนคลายลงไม่น้อย จึงได้เอ่ยกับหลิวม่านฉงว่า: “คุณม่านฉง ในเมื่อเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว งั้นนับแต่ตอนนี้ไป เราปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปเถอะนะ”
“ค่ะ” หลิวม่านฉงพยักหน้าเบาๆ ครั้นเมื่อนึกถึงเรื่องสตรีทฟู้ดที่เย่เฉินคุยกับพ่อเมื่อตอนบ่าย จึงถามอย่างสงสัย: “คุณเย่ ทำไมอยู่ๆ คุณถึงพูดเรื่องสตรีทฟู้ดกับพ่อฉันล่ะคะ? หรือว่าเขามีแผนการอย่างอื่นอยู่?”
“ใช่ครับ” เย่เฉินเอ่ย: “คุณหลิวอยากจะพัฒนาที่นี่ใหม่ สร้างเป็นศูนย์กลางการค้า”
หลิวม่านฉงถามอย่างประหลาดใจ: “เขาบอกคุณเหรอ?”
“ถูกครับ” เย่เฉินพยักหน้า เอ่ยว่า: “ตอนที่เขาอธิบายส่วนนี้ตื่นเต้นมาก ผมว่าเขาน่าจะมีแนวโน้มว่าตัดสินใจแล้ว เพราะงั้นเลยหยิบยืมโอกาสนี้ ให้เขาโอนสตรีทฟู้ดเส้นนี้ให้คุณซะเลย ต่อจากนี้ไปคุณจะเก็บไว้หรือปล่อยไป ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้ว”
หลิวม่านฉงมองดวงตาอันแวววาวของเย่เฉิน เอ่ยถามเสียงเบา: “ทำไมคุณถึงทำแบบนี้ล่ะคะ?”
เย่เฉินเอ่ย: “เพราะสตรีทฟู้ดเส้นนี้มีความหมายไม่ธรรมดาสำหรับคุณ ไม่ว่าจะมองหลักการไหนก็ควรเก็บเอาไว้ อีกอย่างพ่อของคุณไม่ขาดเงินเลยด้วยซ้ำ อันที่จริง ต่อให้ที่ดินของที่นี่เพิ่มขึ้นมาก เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องรื้อถอนที่นี่แล้วสร้างขึ้นใหม่เลย”
หลิวม่านฉงตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันก็ถามด้วยความไม่เข้าใจ: “แต่ว่าครอบครัวคุณสูงส่งขนาดนั้น ทำไมต้องไปทำงานไซต์ก่อสร้างด้วยล่ะคะ? ไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือตาของคุณ พวกเขาเป็นมหาเศรษฐีทั้งนั้น โดยเฉพาะตาของคุณ ตามที่พ่อฉันบอกท่านสามารถจัดอันดับเป็นสามอันดับแรกของโลกเลย ทำไมพอคุณเรียนม.ปลายจบแล้วต้องไปขนอิฐที่ไซต์ก่อสร้างด้วยล่ะ?”
เย่เฉินเอ่ยราบเรียบ: “พวกเขารวยก็เป็นของพวกเขา เมื่อก่อนผมเคยบอกคุณแล้ว หลังจากที่พ่อแม่เสียเมื่อผมแปดขวบ ผมก็อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ตั้งแต่แปดขวบจบม.ปลายตอนอายุสิบแปดก็ออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แล้วก็เริ่มไปทำงานรับจ้างหาเงินที่ไซต์งานก่อสร้างแล้ว”
หลิวม่านฉงได้ยินถึงตรงนี้ ก็พยักหน้าเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า: “ตอนโกรธคุณ ฉันคิดว่าคุณโกหกฉันทุกเรื่อง แต่ตอนนี้พอย้อนกลับไปดู เหมือนว่าคุณจะบอกเรื่องจริงกับฉันหมดเลย ต่อให้ไม่สะดวกที่จะพูดตรงๆ คุณก็แค่เลือกที่จะพูดส่วนหนึ่ง ไม่เคยหลอกฉันเลย”
สิ้นเสียง หลิวม่านฉงก็ถามเย่เฉินอีกว่า: “จริงสิ คุณทำงานที่ไซต์งานก่อสร้างนานเท่าไร?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...