คำพูดของเฟ่ยเข่อซิน ทำให้ภายในใจของหลิวม่านฉงตกใจอย่างมาก
เธอคิดไม่ถึงจริงๆ ว่า เฟ่ยเข่อซินที่เป็นคนคัดท้ายเรือของทั้งตระกูลเฟ่ย ในด้านความรู้สึกแล้ว จะรักผู้ชายที่มีภรรยาแล้วอย่างไม่สะทกสะท้านได้แบบนี้
และก็ จากคำพูดของเธอ ก็ยังฟังออกถึงความรู้สึกต่ำต้อยได้อย่างง่ายดาย
จู่ๆ เธอก็ชื่นชมความไม่สะทกสะท้านของเฟ่ยเข่อซินนี้ เธอรู้สึกว่า ตัวเองเทียบกับเฟ่ยเข่อซินแล้ว ห่างกันอย่างมากจริงๆ
แต่ว่า ในใจเธอก็ยังสงสัย จึงถามเธอว่า:“คุณหนูเฟ่ย ในเมื่อเย่เฉินแต่งงานแล้ว แต่คุณยังรักเขาขนาดนี้ ไม่เป็นห่วงว่าอนาคตจะไม่เกิดอะไรขึ้นเลยงั้นหรือคะ?”
เฟ่ยเข่อซินยิ้ม พูดนิ่งๆ ไปว่า:“เรื่องความรักห้ามกันไม่ได้หรอก ก็เหมือนของบางสิ่ง คุณควบคุมตัวเองไม่ไปกินได้ แต่คุณควบคุมความอยากกินของตัวเองไม่ได้”
พูดไป เฟ่ยเข่อซินก็จ้องเธอ พูดอย่างล้อเล่นว่า:“ใช่สิ คุณก็รู้ว่าเขาเคยแต่งงานแล้ว หรือว่าตั้งแต่นี้ไปคุณสามารถไม่รู้สึกดีๆ กับเขาได้อีกแล้ว?ถ้าคุณทำได้ ก็ได้โปรดสอนฉันด้วย”
หลิวม่านฉงฟังก็ตกตะลึง ก้มหน้าลงทันที พูดอย่างหงุดหงิดว่า:“ฉันทำไม่ได้……”
“ใช่ไง”เฟ่ยเข่อซินยักไหล่:“ในเมื่อทำไม่ได้ ก็อย่าทำให้ตัวเองลำบากใจ ชอบเขา ก็ชอบอย่างกล้าหาญ อยากเจอเขา ก็พยายามสร้างโอกาส ถ้าไม่ชอบเข้าไปยุ่งกับชีวิตแต่งงานของคนอื่น งั้นก็อย่าให้เขารู้ว่าคุณชอบเขาตลอดไป”
พูดถึงตรงนี้ เฟ่ยเข่อซินเปลี่ยนเรื่องคุย พูดด้วยสายตากระปรี้กระเปร่าเล็กน้อย:“ถ้ารู้สึกว่าความรู้สึกสำคัญต่อตัวเอง มากกว่าศีลธรรม งั้นก็ต้องพยายามเพื่อความสุขของตัวเอง ถึงจะแทรกแซงชีวิตแต่งงานของคนอื่น ฉันคิดว่าก็ไม่ใช่ความผิดที่รุนแรงอะไร ทุกคนมาที่โลกใบนี้แค่ชีวิตเดียว งาน โอกาส ความมั่งคั่ง ล้วนได้มาจากความสามารถ แล้วทำไมถึงมีความสุขไม่ได้ล่ะ?”
“ฉัน……”เผชิญหน้ากับคำถามอันเฉียบคมของเฟ่ยเข่อซิน หลิวม่านฉงก็ยิ่งพูดไม่ออก
ด้านหนึ่ง เธอคิดว่าเฟ่ยเข่อซินพูดมีเหตุผล แต่อีกด้าน เธอก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงแม่ นึกถึงสิ่งต่างๆ ที่ตอนนั้นพ่อทำกับฟางเจียซิน
เฟ่ยเข่อซินเห็นเธอนิ้งไป จึงพูดต่อว่า:“ม่านฉง ฉันบอกคุณให้ ถ้าฉันเจอปัญหาแบบนี้ ฉันจะทำอย่างไร”
เฟ่ยเข่อซินเงียบไป แล้วก็พูดอย่างเคร่งขรึมว่า:“อย่างแรก รักคนอื่นไม่น่ากลัว ที่สำคัญที่สุดก็คือคำพูดและการกระทำต้องตรงไปตรงมา!ดังนั้น ฉันจะสารภาพกับแฟนฉันอย่างไม่ลังเลเลย สารภาพว่าฉันชอบคนอื่นแล้ว นี่ไม่ใช่แค่เคารพเขา แต่ยังเคารพตัวเองด้วย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...