พูดไป เธอก็พูดด้วยท่าทางแปลกๆ ว่า:“สองคนพี่น้องชอบผู้ชายคนเดียวกัน นี่มันอึดอัดเล็กน้อยนะ ……”
เฟ่ยเข่อซินหัวเราะ:“อึดอัดหรือไม่ฉันไม่รู้ ยังไงฉันก็อายุน้อยที่สุดของรุ่นนี้ในตระกูลเฟ่ย พวกพี่สาวของฉันต่างสี่สิบขึ้นแล้ว ดังนั้นความรู้สึกของพี่สาวน้องสาวตระกูลซู ฉันไม่มีโอกาสได้สัมผัสมันได้”
พูดถึงตรงนี้ เฟ่ยเข่อซินก็จงใจถามเธอ:“คุณมีน้องสาวไม่ใช่หรือ?กล้าให้เธอรู้จักกับเย่เฉินไหม?”
ประโยคเย้ยหยันของเฟ่ยเข่อซิน ทำเอาหลิวม่านฉงตื่นตระหนก รีบโบกมือพูดไปว่า:“ฉัน……ฉันไม่กล้า……น้องสาวฉันยังเรียนอยู่……”
เฟ่ยเข่อซินหัวเราะ:“เรียนแล้วมีความรักไม่ได้หรือ?คุณก็เรียนปอเอกอยู่ไม่ใช่หรือไง?ยังไม่จบนี่ใช่ไหม?”
หลิวม่านฉงรีบพูด:“ฉัน……ฉันไม่ได้หมายความแบบนี้……”
เฟ่ยเข่อซินเห็นเธอดูอึดอัด จึงหัวเราะไปพูดไปว่า:“เรื่องของน้องสาวพักก่อน ฉันถามคุณอีกหน่อย คุณรู้จักกู้ชิวอี๋ไหม?”
“ดาราดังกู้ชิวอี๋?!”หลิวม่านฉงโพล่งออกมาโดยไม่รู้ตัว:“เธอเป็นไอดอลของฉัน!”
พูดไป เธอก็คิดอะไรได้ ถามอย่างตกใจว่า:“กู้ชิวอี๋ก็……ก็ชอบเย่เฉิน?!”
เฟ่ยเข่อซินเลิกคิ้วขึ้นแล้วยิ้ม:“กู้ชิวอี๋ต่างกับพวกเรา กู้ชิวอี๋กับเย่เฉินมีสัญญาแต่งงานกัน ตอนที่ทั้งสองยังเด็ก ครอบครัวพวกเขาหมั้นหมายกันไว้แล้ว เธอตามหาเย่เฉินอย่างลำบากมาหลายปี เพิ่งจะพบกันเมื่อไม่นานมานี้ ความรู้สึกก็ไม่น้อยไปกว่าตอนนั้นเลย”
พูดถึงตรงนี้ เฟ่ยเข่อซินก็มองหลิวม่านฉง ถามว่า:“คุณรู้ไหมทำไมกู้ชิวอี้ต้องออกจากวงการบันเทิงด้วย?”
เฟ่ยเข่อซินหัวเราะฮ่าฮ่า พูดว่า:“ความยากลำบากของนรกไม่สำคัญหรอก อย่างน้อยก็มีคนมากมายที่ฝ่าฟันไปกับคุณ”
พูดไป เฟ่ยเข่อซินก็จริงจังขึ้นมา พูดว่า:“ที่ฉันพูดกับคุณเรื่องพวกนี้ เพราะหวังอย่างจริงใจว่าคุณสามารถเติบโตได้ ความรักคือสงครามของผู้ใหญ่ ถ้าคุณอยากเข้าร่วม อย่างแรกคุณต้องสภาพจิตใจแบบผู้ใหญ่ก่อน แค่ทำสภาพจิตใจให้ดี ก็จะมีสิทธิ์เข้าร่วมสงคราม”
หลิวม่านฉงพยักหน้าเบาๆ พูดจริงจังว่า:“ฉันเข้าใจแล้ว……ขอบคุณคุณหนูเฟ่ย……”
เฟ่ยเข่อซินยื่นทิชชูให้เธอ พูดด้วยรอยยิ้ม:“รีบเช็ดน้ำตาเถอะ เดี๋ยวเย่เฉินจะกลับมาแล้ว คนอย่างเขา ฉลาดทุกด้าน มีเพียงด้านความรู้สึกที่ไม่ค่อยฉลาด จากที่ฉันรู้ ในบรรดาศัตรูจำนวนมากนี้ ก็อิโตะ นานาโกะนี่แหละที่ให้เขามีแรงบันดาลใจขึ้นมาทันทีอย่างแท้จริง”
“อิโตะ นานาโกะ?”หลิวม่านฉงถามด้วยความแปลกใจ:“ความหมายของคุณคือ เย่เฉินชอบอิโตะ นานาโกะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...