เย่เฉินเห็นอารมณ์เธอสงบขึ้นเยอะ ก็ถือว่าโล่งอกเสียที ยิ้ม แล้วพูดกำชับไปว่า:“ถ้าไม่อยากเปลี่ยนโทรศัพท์ล่ะก็ งั้นทางที่ดีก็ต้องใส่เคสโทรศัพท์ไว้ตลอด ไม่อย่างนั้นจะเป็นรอยได้”
“ฉันรู้แล้วคุณเย่……”หลิวม่านฉงพยักหน้าไปมา ขณะเดียวกันก็รีบแกะเคสโทรศัพท์ออก แล้วสวมให้โทรศัพท์ตัวเองที่แตก
เคสโทรศัพท์ใส่ได้พอดี พกพาสะดวกมาก ด้านหลังยังมีลายการ์ตูน เป็นลายการ์ตูนหมาน้อยที่แสนจะน่ารักตัวหนึ่ง
ดูเหมือนหลิวม่านฉงจะชอบเคสโทรศัพท์นี้เป็นพิเศษ ถือไว้ในมือโดยอดไม่ได้ที่จะเล่นซ้ำไปมา ทันใดนั้นอารมณ์ก็ดีขึ้นเยอะ
เฟ่ยเข่อซินที่อยู่ด้านข้างเห็นหลิวม่านฉงยิ้มแบบเด็กๆ ในใจก็อดไม่ได้ที่จะยิ่งรู้สึกอิจฉาขึ้นมา
แต่ว่า พอคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนนิสัยที่อ่อนหวานขนาดนั้น เธอก็อดคิดในใจไม่ได้ว่า:“ชีวิตนี้เธอน่าจะเป็นอย่างหลิวม่านฉงไม่ได้ ที่ทำให้เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะอยากปกป้อง ในเมื่อเป็นแบบนี้ สู้ให้ตัวเองกลายเป็นแข็งแกร่งมากขึ้นดีกว่า ใช้อีกวิธีกับเขา ……”
เย่เฉินซื้อเคสโทรศัพท์กลับมา เรื่องราวของโทรศัพท์ก็ถือว่าผ่านไป แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ เย่เฉินก็ยังไม่เข้าใจ หลิวม่านฉงร้องไห้หนักแต่ก็ยังดูสวยงาม นั่นเป็นเพราะอะไร
และตอนนี้ พ่อค้าแม่ค้าแผงลอยข้างถนน ก็แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของการต้อนรับอย่างอบอุ่นสุดๆ วางของอร่อยจำนวนมากบนโต๊ะของทั้งสามคนเต็ม
ดังนั้น หลังจากทั้งสามคนต่างพากันทิ้งเรื่องเมื่อกี๊โดยไม่จำเป็นต้องพูดออกมา ก็กินไป คุยไป
กินไปครึ่งหนึ่ง หลิวม่านฉงเงยหน้ามองเย่เฉิน ถามเขาว่า:“คุณเย่ คุณจะกลับไปเมื่อไหร่?”
เย่เฉินตอบไปงั้นๆ ว่า:“คืนพรุ่งนี้แหละ ไม่รู้ว่าพ่อคุณแก้ปัญหาคฤหาสน์หลังข้างๆ หรือยัง ถ้าแก้ไขแล้ว พรุ่งนี้หลังจากครอบครัวลุงโจงขึ้นบ้านใหม่ ผมก็กลับไปได้แล้ว”
“ใช่”เฟ่ยเข่อซินพยักหน้าพูดว่า:“ฉันนั่งเครื่องบินกลับไปกับคุณเย่ ระหว่างทางก็จะได้พูดคุยด้วย”
หลิวม่านฉงพยักหน้าเล็กน้อย ปัญหาที่ครุ่นคิดเมื่อกี๊ได้ทำการตัดสินใจในเวลานี้แล้ว ดังนั้นเธอจึงยิ้ม พูดเสียงเบาว่า:“งั้นขอให้พวกคุณเดินทางปลอดภัย ต่อไปถ้าหากมีเวลามาเกาะฮ่องกาง จะต้องติดต่อฉันทันทีเลยนะ”
เย่เฉินกับเฟ่ยเข่อซินตอบตกลง แต่ในใจเย่เฉินรู้ดี ถ้าอนาคตตัวเองไม่มีเรื่องอะไร ก็น่าจะไม่มาเกาะฮ่องกางอีก
ที่จริงแล้วในใจเย่เฉินรู้สึกดีเล็กน้อย กับผู้หญิงที่ประสบการณ์ในชีวิตค่อนข้างจะเป็นแบบเดียวกับตัวเองอย่างหลิวม่านฉง
ก็แค่ จิตใต้สำนึกของเย่เฉินเองรู้ดีว่า ที่ตัวเองล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่นตอนนี้ไม่ได้ติดค้างเพียงคนเดียว กู้ชิวอี๋ ซ่งหวั่นถิง และอิโตะ นานาโกะ ผู้หญิงเหล่านี้ต่างเคยแสดงความรู้สึกอันแท้จริงกับตัวเองอย่างชัดเจนแล้ว ดังนั้นตอนที่เขาเผชิญหน้ากับผู้หญิงคนอื่นๆ จำต้องรักษาระยะห่าง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...