อย่างเช่นเฟ่ยเข่อซิน ถ้าไม่ใช่ว่ามีเรื่องต้องการให้เธอช่วยเหลือ ตัวเองก็จะไม่ติดต่อกับเธอเองแน่
ส่วนหลิวม่านฉง เย่เฉินแค่หวังในใจว่าต่อไปเธอจะมีชีวิตที่ดีได้ หลังจากช่วยเธอรักษาแถบอาหารข้างถนนเส้นนี้ที่มีความหมายกับเธอมาก และให้เธอเก็บยาช่วยหัวใจที่สามารถช่วยชีวิตได้ในยามวิกฤติแล้ว จุดตัดของทั้งสองก็มาถึงจุดสิ้นสุดได้
กินข้าวเสร็จแล้ว ก็เห็นว่าสามทุ่มแล้ว เย่เฉินจึงพูดกับหลิวม่านฉง:“ดึกแล้ว วันนี้พวกเราพอแค่นี้ละกัน คุณม่านฉงก็รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ”
หลิวม่านฉงพยักหน้า ถามเขากับเฟ่ยเข่อซิน:“คุณเย่กับคุณหนูเฟ่ยกลับโรงแรมอย่างไร?ให้ฉันขับรถไปส่งพวกคุณไหม?”
เฟ่ยเข่อซินหัวเราะ:“ฉันขับรถมา ฉันพาคุณเย่กลับไปเอง”
หลิวม่านฉงพยักหน้าเบาๆ พูดกับเย่เฉินอย่างไม่อยากจากว่า:“คุณเย่ พรุ่งนี้ฉันพักผ่อนที่บ้าน ถ้าคุณไปร่วมงานขึ้นบ้านใหม่ของลุงโจง ถึงตอนนั้นมาหาฉันได้นะ”
“โอเค”เย่เฉินตอบตกลง พูดว่า:“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ติดต่อไป”
จากนั้น ทั้งสามก็ออกไปจากโซนอาหารข้างถนนและมาที่ลานจอดรถ
เย่เฉินนั่งไปในโรลส์-รอยซ์ที่เฟ่ยเข่อซินขับมา ส่วนหลิวม่านฉงก็นั่งไปในเทสลาคันนั้นของเธอ
หลังจากบอกลา เฟ่ยเข่อซินก็ขับรถออกไปจากลานจอดรถ แต่หลิวม่านฉงยังไม่รีบไป แต่เธอเปิดโทรศัพท์ และพิมพ์ในช่องค้นหา ไปว่า:“จินหลิงมีมหาวิทยาลัยกี่แห่ง”
แป๊บเดียว การค้นหาก็ปรากฏรายชื่อมหาวิทยาลัยทั้งหมดในจินหลิงออกมา
หลิวม่านฉงมองดูเล็กน้อย มหาวิทยาลัยในนี้ที่มีความแข็งแกร่งและมีชื่อเสียงที่สุด ก็คือมหาวิทยาลัยจินหลิง
ดังนั้น เธอจึงเปิดเว็บไซต์ทางการของมหาวิทยาลัยจินหลิง หาหน้ารับสมัครคนที่มีความสามารถของมหาวิทยาลัยจินหลิงเจอบนเว็บไซต์ทางการ
ดังนั้น จากเงื่อนไขของเธอ เป็นไปตามคุณสมบัติของแผนการแนะนำเยาวชนผู้มีความสามารถยอดเยี่ยม
ดังนั้น หลิวม่านฉงจำอีเมลสมัครของแผนการแนะนำนี้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องคิด ตั้งใจว่ากลับบ้านไปก็จะกรอกข้อมูลการสมัครทันที ดูว่าตัวเองจะได้โควตานี้มาไหม
ถ้าได้ล่ะก็ งั้นพอตัวเองจบปริญญาเอกแล้ว ก็จะไปทำงานที่มหาวิทยาลัยจินหลิงได้โดยตรง
และเธอก็รู้จากที่พูดคุยกับเฟ่ยเข่อซินเมื่อครู่ว่า เมืองที่เย่เฉินใช้ชีวิตอยู่ในเขตบริหารพิเศษก็คือจินหลิง
ดังนั้น แบบนี้ ต่อไปตัวเองก็จะได้ใช้ชีวิตอยู่เมืองเดียวกับเย่เฉินแล้ว!
คิดถึงตรงนี้ จิตใจของเธอก็ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาทันที อารมณ์ก็ดีขึ้นมากเช่นกัน!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...