หลิวม่านฉงกลัวเย่เฉินจะคิดมาก ก็เลยเปลี่ยนเรื่องคุย “ท่าทางของคุณเฉิน ดูแล้วเหมือนจะดีกว่าเมื่อวานเยอะเลย”
“ใช่” เย่เฉินพยักหน้า แล้วกล่าวอย่างจริงจัง “เขาหาจิตสวรรค์ของเขาตัวเองเจอแล้ว”
ในขณะที่พูด เขาก็เห็นเฉินจ้างโจงพยุงแม่ลงจากรถด้วยตัวเอง “จึงรีบพูดขึ้น ไม่ ไม่เพียงแค่จิตสวรรค์ ยังมีจิตพิภพด้วย”
หลิวม่านฉงถามอย่างประหลาดใจ “คุณเย่ก็รู้เรื่องสามจิตเจ็ดวิญญาณด้วย?!”
เย่เฉินนิ่งไปครู่หนึ่ง อดไม่ได้ที่จะถามกลับ “คุณก็รู้?”
“แน่นอนสิคะ….” หลิวม่านฉงยิ้มๆ กล่าวอย่างจริงจัง “คุณเย่อย่าลืมสิคะ ฉันนั้นเรียนภาษาจีน อีกทั้งศึกษามานานหลายปี อันที่จริง ภาษาจีนเมื่อศึกษามาถึงตอนท้าย เรื่องที่ศึกษาก็จะเป็นพวกปรัชญาและประวัติศาสตร์แล้ว”
เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อย แล้วพูดขึ้น “การอ่านหนังสือนั้นดี สาระสำคัญของอารยธรรมห้าพันปีล้วนมีอยู่ในหนังสือแล้ว”
หลิวม่านฉงยิ้มแล้วพูด “คุณเย่แม้จะเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย แต่คิดว่าคุณน่าจะอ่านหนังสือมาไม่น้อยเลยใช่มั้ยคะ? แม้แต่เรื่องสามจิตเจ็ดวิญญาณที่ไม่เป็นที่นิยมของลัทธิเต๋าคุณยังรู้”
เย่เฉินหัวเราะเยาะตัวเอง “ผมไม่ได้อ่านหนังสือเยอะหรอก ยี่สิบปีที่ดิ้นรนอยู่ในสังคมระดับล่าง จะเอาเวลาและแรงกายที่ไหนไปอ่านหนังสือล่ะ เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่คุณพ่อเล่าให้ผมฟังตอนเด็ก”
หลิวม่านฉงก็พูดอย่างจริงจัง “อันที่จริงจะอ่านหนังสือเมื่อไหร่มันก็ไม่สาย หากคุณเย่สามารถเจียดเวลาออกมาบ้าง ก็ลองวางแผนให้ตัวเองก่อน ลองอ่านเดือนละหนึ่งเล่ม จากนั้นก็เพิ่มเป็นเดือนละสองเล่ม จนถึงสัปดาห์ละหนึ่งเล่ม”
ขณะที่พูด หลิวม่านฉงก็ได้พูดต่ออีก “ถ้าหาคุณเย่ไม่รังเกียจล่ะก็ ฉันสามารถช่วยคุณเย่วางแผนในการอ่านหนังสือได้นะคะ”
เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะถามเธอ “เมื่อถึงเวลาคุณคงไม่มาสุ่มตรวจ และให้ผมทำการบ้านหรอกนะ”
เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อย กล่าวอย่างจริงจัง “ไม่มีปัญหาครับคุณครูหลิว”
หลิวม่านฉงได้ยินเย่เฉินเรียกตัวเองว่าคุณครู ก็หัวเราะพูด “คุณเป็นคนแรกที่เรียกฉันว่าคุณครู”
เย่เฉินยิ้มแล้วกล่าว “งั้นผมก็คือลูกศิษย์เปิดสำนักของคุณแล้ว”
หลิวม่านฉงยิ้มพร้อมกับถามเขา “คุณคิดว่าฉันเหมาะกับการเป็นครูมั้ย? ความหมายของฉันคือ เป็นครูจริงๆน่ะ”
“เหมาะสิ” เย่เฉินพูดอย่างจริงจังมาก “การเป็นครูที่มีคุณวุฒิอย่างแท้จริง ข้อแรกต้องมีความรู้ความสามารถ ซึ่งสอดคล้องกับคุณอย่างครบถ้วน ข้อที่สองต้องเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่น จุดนี้ผมก็เชื่อว่าคุณก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...