หลังจากใช้เวลาเดินทางไปสิบนาที ขบวนรถก็ได้มาถึงโรงจอดเครื่องบินส่วนตัวของเฟ่ยเข่อซิน
ในตอนแรกเย่เฉินคิดว่า เครื่องบินส่วนตัวของเฟ่ยเข่อซิน น่าจะเป็นเครื่องบินธุรกิจที่หรูหราเช่น Gulfstream G650 แต่เขาคิดไม่ถึงมันจะเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 747 ขนาดใหญ่ที่จอดอยู่ในโรงเก็บเครื่องบิน
เครื่องบินลำนี้ ก็คือAir Force Oneซึ่งเหมือนกับยานพาหนะของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มันเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและอำนาจ
ในเวลานี้ ลูกเรือได้เสร็จสิ้นการตรวจสอบก่อนเครื่องขึ้นทั้งหมด รวมทั้งกัปตันและผู้ดูแลด้านบริการนับสิบคน พวกเขากำลังยืนต้อนรับอยู่ล่างบันไดที่ใช้เดินขึ้นไปบนเครื่องบิน
ขบวนรถทยอยกันหยุดลง ผู้คนก็ลงจากรถทีละคน เย่เฉินเหลือบมองหลิวม่านฉงที่อยู่ด้านข้าง เห็นเธอเม้มปากไม่ยอมพูด “คุณม่านฉง ลงจากรถเถอะ” "
หลิวม่านฉงเงยหน้าขึ้น มองเย่เฉินด้วยนัยน์ตาสีเข้ม พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “คุณเย่ ไม่ทราบว่าคุณจะมาที่เกาะฮ่องกงอีกเมื่อไหร่คะ?”
เย่เฉินยิ้มแล้วกล่าว “ต้องดูอีกที หากมีโอกาส ต้องมาอย่างแน่นอน”
หลิวม่านฉงพยักหน้าเบาๆ “คุณเย่โปรดดูแลตัวเองด้วย มาเกาะฮ่องกงเมื่อไหร่ ยังลืมแจ้งฉันล่วงหน้า”
“ได้เลยครับ” เย่เฉินตอบอย่างยินดีในทันที ในขณะที่ตอบนั้น ในใจก็รู้สึกเศร้าอยู่บ้าง
ตัวเองช่วงนี้เพราะไปอยู่เป็นเพื่อนเซียวชูหรันภรรยาที่เรียนอยู่ในสหรัฐสหรัฐอเมริกา ดังนั้นจึงดูเหมือนว่าง แต่เมื่อพ้นระยะเวลานี้ไป ตัวเองคงยุ่งจนหัวหมุนเป็นแน่ เมื่อถึงเวลานั้น ไม่มีเวลาและโอกาสมาที่ฮ่องกงอย่างแน่นอน
เพียงแต่ว่า ในเวลานี้เย่นั้นไม่รู้เลย หลิวม่านฉงที่อยู่ข้างกาย ได้เตรียมตัวที่จะไปทำงานในจีนแล้ว
อย่างไรก็ตาม หลิวม่านฉงก็ไม่คิดจะบอกเย่เฉินในเวลานี้
หลิวม่านฉงที่แววตาเต็มไปด้วยความเสียดาย กล่าวอย่างอ่อนโยน “ไม่หรอกค่ะ คุณเย่เกรงใจไปแล้ว”
เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย หลังจากบอกลาคนทั้งหลายอีกครั้ง เขาก็ขึ้นเครื่องบินพร้อมกับเฟ่ยเข่อซิน ภายใต้สายตาคนที่มาส่ง
เครื่องบินโบอิ้ง 747 นี้มีการออกแบบห้องโดยสารสองชั้น ครึ่งหน้าของลำตัวเครื่องบินแบ่งออกเป็นชั้นบนและชั้นล่าง แม้ว่าพื้นที่ของชั้นบนจะเล็กกว่า แต่ก็สามารถวางที่นั่งชั้นธุรกิจสามถึงสี่สิบที่นั่งแบบสบายๆ
และเครื่องบินลำนี้ของเฟ่ยเข่อซิน ชั้นบนนั้นสงวนไว้สำหรับผู้ติดตาม ในขณะที่ห้องโดยสารด้านล่างที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่าได้รับการออกแบบด้วยห้องประชุม ห้องรับแขก ร้านอาหาร บาร์ และห้องพักหรูหราสองห้องพร้อมห้องน้ำในตัวอีกต่างหาก
หลังจากขึ้นเครื่องบินแล้วเฟ่ยเข่อซินก็พาเย่เฉินไปที่ห้องรับแขกที่ชั้นหนึ่งก่อน แล้วพูดกับเย่เฉิน "คุณเย่ เรานั่งที่นี่สักครู่ เครื่องบินจะเริ่มบินในไม่ช้า และหลังจากเครื่องบินนิ่งแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะเตรียมอาหารเย็นให้เรา หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว หากรู้สึกเหนื่อย ก็สามารถไปนอนพักผ่อนที่ห้องก่อน ระยะเวลาบินประมาณ 12 ชั่วโมง นอกตื่นก็ถึงแล้ว"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...