เดิมทีถ้าตามกระบวนการปกติ การที่เธอมาที่พรอวิเดนซ์ เธอต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่นครนิวยอร์กก่อน แต่เธอโชคดีถูกรางวัลใหญ่มูลค่าหนึ่งล้านสองแสนที่เย่เฉินซื้อให้ ดังนั้นเธอจึงบินตรงจากเมืองจินหลิงมายังพรอวิเดนซ์ ทำให้เธอไม่ได้เหยียบพื้นดินของนครนิวยอร์กด้วยซ้ำ
ดังนั้น หม่าหลันคิดอยู่ในใจว่า “ญาติและเพื่อนในวีแชททุกคนรู้ว่าฉันมาที่สหรัฐอเมริกาโดยเครื่องบินส่วนตัว ถ้าฉันไม่ไปถ่ายรูปที่นครนิวยอร์ก แล้วโพสต์ลงในโมเมนต์ เท่ากับว่าการมาสหรัฐอเมริกาคราวนี้มาเสียเที่ยว”
“อย่างไรก็ตาม เย่เฉินมอบสร้อยคอเส้นนี้ให้ฉันแล้ว และมันไม่หายไปไหนหรอก ถ้าเช่นนั้นฉันจะไปเที่ยวที่นครนิวยอร์กสองวัน แล้วค่อยกลับเมืองจินหลิงแล้วขายสร้อยคอ!”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เธอจึงรีบกล่าวกับเซียวชูหรันว่า “ชูหรัน เอาแบบนี้ ลูกซื้อตั๋วเครื่องบินให้แม่จากนครนิวยอร์กในคืนวันอาทิตย์ บ่ายวันศุกร์พวกเราไปเที่ยวที่นครนิวยอร์กสักสองวัน คืนวันอาทิตย์แม่จะนั่งเครื่องบินจากนครนิวยอร์กกลับบ้านโดยตรง ลูกกับเย่เฉินก็ขับรถกลับมาที่พรอวิเดนซ์ ลูกคิดว่าแม่วางแผนแบบนี้ดีไหม?”
เซียวชูหรันรู้ว่าหม่าหลันตัดสินใจที่จะกลับแล้ว มันเป็นไปไม่ได้ที่จะรั้งเธอเอาไว้ ดังนั้นจึงพยักหน้าตกลงและกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนั้น หนูจะจองตั๋วให้คุณแม่เป็นวันอาทิตย์ แล้ววันศุกร์พวกเราจะไปเที่วที่นครนิวยอร์กด้วยกัน!”
เมื่อเซียวชูหรันเห็นว่าทัศนคติของหม่าหลันหนักแน่น ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกจำใจเล็กน้อย
แต่หลังจากครุ่นคิดแล้ว ทำให้เธอรู้สึกว่าถ้าแม่กลับบ้าน มันจะสะดวกสบายกว่าอยู่สหรัฐอเมริกา
ยิ่งไปกว่านั้น ตนเองต้องไปเรียนสัปดาห์ละห้าวัน ความจริงแล้วไม่มีเวลาอยู่เป็นเพื่อนเธอเลย ดังนั้นถ้าแม่ยังอยู่ที่นี่ต่อไป มันจะสร้างปัญหาให้กับเย่เฉินอย่างแน่นอน
ดังนั้น เธอจึงกล่าวว่า “คุณแม่ มะรืนก็เป็นวันศุกร์แล้ว หลังจากหนูเลิกเรียนแล้ว พวกเราจะขับรถไปนครนิวยอร์ก แล้วหนูจะจองตั๋วให้คุณแม่กลับวันอาทิตย์”
“เยี่ยมมาก!” หม่าหลันรู้สึกตื่นเต้นและกล่าวโพล่งออกมาทันที “ลูกรีบไปช่วยแม่จองตั๋วเครื่องบิน เดี๋ยวมันจะขายหมดเสียก่อน”
หลังจากหม่าหลันออกไปแล้ว เซียวชูหรันกล่าวกับเย่เฉินด้วยความสงสัยว่า “ที่รัก คุณรู้สึกหรือไม่ว่าท่าทางของคุณแม่ผิดปกติเล็กน้อย?”
“ผิดปกติ?” เย่เฉินถามด้วยความสงสัย “คุณคิดว่าคุณแม่มีอะไรผิดปกติ ผมรู้สึกว่าคุณแม่ปกติน่ะ คุณแม่เพียงแค่อยากกลับบ้านเท่านั้น”
เซียวชูหรันส่ายศีรษะอย่างจริงจัง กล่าวด้วยท่าทางเคร่งขรึมเล็กน้อย “มันไม่เกี่ยวกับการกลับหัวเซี่ย แต่เป็นสร้อยคอที่คุณมอบให้คุณแม่ มันผิดปกติ”
“สร้อยคอ?” เย่เฉินยิ่งสงสัยกว่าเดิม “สร้อยคอเส้นนั้นซื้อที่เคาน์เตอร์ ไม่มีทางที่มันจะเป็นของปลอมได้”
เซียวชูหรันรีบพูดว่า “สามีโง่ แน่นอนว่าฉันไม่ได้สงสัยว่าคุณซื้อของปลอม ฉันแค่บอกว่าทัศนคติของคุณแม่ที่มีต่อสร้อยคอเส้นนั้นผิดปกติ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...