เซียวชูหรันพยักหน้าและกล่าวว่า “คุณแม่ หนูกับเย่เฉินไม่รู้จักน้าคนนั้น แล้วจู่ ๆ ก็ไปที่บ้านมันจะไม่ค่อยเหมาะสม อีกอย่างคุณแม่ก็รู้นิสัยของเย่เฉิน เขาเป็นคนไม่ชอบเข้าสังคม คุณแม่ไปคนเดียวเถอะ”
“ทำแบบนั้นไม่ได้......” หม่าหลันกล่าวอย่างจริงจัง “แม่คุยกับเธอเรียบร้อยแล้ว นี่เป็นการร่วมสังสรรค์ของสองครอบครัว จะได้รู้จักกันและกัน สมัยนี้ ยิ่งมีเพื่อนมาก ยิ่งมีช่องทางมาก”
หลังจากแล้ว หม่าหลันก็กล่าวอย่างจริงจังว่า “ไม่ว่ายังไงพวกคุณสองคนก็ไม่สามารถทำให้แม่เสียคำพูดได้!”
เซียวชูหรันมองเย่เฉินและถามว่า “ที่รัก คุณว่าไง..... ”
เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย “ในเมื่อคุณแม่คุยกับเธอเรียบร้อยแล้ว ถ้าพวกเราไม่ไปมันก็จะไม่เหมาะสม”
หม่าหลันรีบพยักหน้าและกล่าวโพล่งออกมาว่า “ช่วงเวลาวิกฤติ ยังคงต้องเป็นลูกเขยที่ดีของฉันเป็นคนออกโรงเอง!”
หลังจากนั้น เธอถือโอกาสกล่าวต่อไปว่า “ถ้าเช่นนั้นเรื่องนี้ก็ตกลงตามนี้น่ะ พรุ่งนี้หกโมงเย็น พวกเราไปที่นั่นด้วยกัน ชูหรัน พรุ่งนี้ลูกไปเรียนตามปกติ แม่กับเย่เฉินจะไปซื้อของขวัญด้วยกัน พวกเราไปเยี่ยมเยือนครั้งแรก การไปมือเปล่ามันไม่เหมาะสม”
เมื่อเซียวชูหรันเห็นว่าเย่เฉินตกลงแล้ว เธอจึงไม่สามารถพูดอะไรได้อีก ดังนั้นเธอจึงพยักหน้าและกล่าวว่า “โอเค”
……
บ่ายวันถัดมา
หม่าหลันเรียกเย่เฉิน แล้วขับรถไปรอบตัวเมืองพรอวิเดนซ์
หม่าหลันเลือกของที่ร้านขายของขวัญ สุดท้ายเธอซื้อชุดเครื่องจานชามที่วิจิตรงดงามมูลค่าหลายร้อยเหรียญเป็นของที่ระลึก ตามคำแนะนำของเย่เฉิน
ขณะนี้ ประตูรั้วเตี้ย ๆ ก็เปิดออก ผู้หญิงที่อายุเท่าหม่าหลัน ซึ่งก็คือพี่เฉินที่เป็นเพื่อนของหม่าหลัน เธอเดินออกมาต้อนรับ
เมื่อเห็นหม่าหลันแล้ว พี่สาวเฉินกล่าวด้วยความดีใจว่า “โอ้ หม่าหลัน ในที่สุดคุณก็มาถึงแล้ว!”
หลังจากกล่าวจบ เธอเห็นเย่เฉินกับเซียวชูหรันลงจากรถ จึงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “สองคนนี้เป็นลูกสาวกับลูกเขยของคุณใช่ไหม? ยินดีต้อนรับ เชิญเข้าไปข้างในกันเถอะ!”
ความเป็นกันเองของพี่เฉิน ทำให้เย่เฉินรู้สึกว่าเธอดูเหมือนมีเจตนาเล็กน้อย
แต่เย่เฉินก็ไม่ได้คิดมาก หลังจากหม่าหลันกล่าวทักทายอีกฝ่ายแล้ว เขากับเซียวชูหรันก็เดินตามเธอเข้าไปในคฤหาสน์

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...