เย่เฉินเอ่ยพูดอย่างไม่หยุดคิด “ไม่ต้องหรอก ตอนมาก็ให้เธอนั่งเครื่องบินส่วนตัวแล้ว ตอนกลับไม่ต้องให้นั่งอีกก็ได้ คนทั่วไปรู้ไม่เท่าทันอุบายคนอย่างแม่ยายของผมหรอก ผมอยากให้เธอติดดินบ้าง ไม่อย่างนั้นคงได้เหลิงกว่าเดิมแน่ แล้วด้วยนิสัยของเธอ ถ้าเหลิงไปมากกว่านี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง”
เฟ่ยเข่อซินได้ยินสิ่งนี้ ก็แอบขำออกมา
อันที่จริงตอนที่เธออยู่เมืองจินหลิง ก็เคยสืบเกี่ยวกับเย่เฉินและครอบครัวของภรรยาเย่เฉินมาบ้างแล้ว กับหม่าหลัน แม้ว่าเฟ่ยเข่อซินจะไม่ได้รู้จักมักจี่ แต่ก็พอจะรู้ว่าหม่าหลันมีนิสัยแปลกๆที่ไม่เหมือนใครอยู่บ้าง
ดังนั้น เธอจึงไม่ได้ดึงดันต่อ เอ่ยพูดยิ้มๆว่า “คุณเย่ พรุ่งนี้เข่อซินจะรอการมาเยือนของคุณอยู่ที่บ้านนะ!”
วันถัดมา เย่เฉินและเซียวชูหรัน พาหม่าหลันเที่ยวในนิวยอร์กตลอดทั้งวัน
ช่วงเที่ยง เย่เฉินก็อ้างกับทั้งสองว่า มีลูกค้านัดคุยกับเขาตอนค่ำ ทั้งสองคนไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะรู้ว่า “งาน” ของเย่เฉินค่อนข้างยุ่งอยู่แล้ว จึงทำใจไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ
เย่เฉินพาทั้งสองไปทานข้าวเย็นเสร็จ ก็ขับไปส่งทั้งสองที่โรงแรม จากนั้นตัวเขาก็ขับรถไปยังคฤหาสน์ส่วนตัวของตระกูลเฟ่ยที่เกาะลอง
เดิมที เย่เฉินแค่อยากมาเยี่ยมคุณท่านเฟ่ยเท่านั้น แต่ก็เห็นแก่หน้าเฟ่ยเข่อซิน ให้คำสัญญาที่เธอคอยถวิลหา และชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ เขาต้องคอยช่วยเหลือเฟ่ยเข่อซิน
แต่สิ่งที่ทำให้เย่เฉินคิดไม่ถึงก็คือ พอรู้ว่าเขาจะมา คุณท่านเฟ่ยก็แจ้งทุกคนในตระกูลเฟ่ย ทั้งญาติสนิทมิตรชิดใกล้ที่มีสายเลือดตระกูลเฟ่ย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ให้รีบกลับมาต้อนรับการมาเยือนของเย่เฉินในค่ำคืนนี้
ถึงยังไงเฟ่ยเจี้ยนจงก็เป็นบุคคลที่มีอำนาจอันดับสองในตระกูลเฟ่ย ดังนั้นถ้าเฟ่ยเข่อซินไม่ได้แสดงออกว่าไม่เห็นด้วย ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของเขาทั้งนั้น
ดังนั้น ในตอนที่เย่เฉินขับรถเข้าในคฤหาสน์ของเย่เฉิน ก็พบว่ามีคนมายืนเรียงต้อนรับอย่างนอบน้อมตลอดสองข้างทาง แถมยังเป็นคนของตระกูลเฟ่ยทั้งหมดด้วย
เย่เฉินคิดไม่ถึงเลยว่า แค่ตัวเองมาเจอเฟ่ยเจี้ยนจงและเฟ่ยเข่อซินแค่นี้ ตระกูลเฟ่ยจะต้อนรับกันยิ่งใหญ่ขนาดนี้
เย่เฉินเอ่ยพูดอย่างตกใจ “ทุกคน มันไม่ดูยิ่งใหญ่ไปหน่อยเหรอ?”
เฟ่ยเจี้ยนจงมองมาที่เย่เฉิน กล่าวอย่างนอบน้อม “คุณเย่ คุณคือผู้มีพระคุณของตระกูลเฟ่ย คุณมาทั้งที ทุกคนในตระกูลเฟ่ยก็ต้องให้ความสำคัญสิ ไม่กล้ามองข้ามหรอก”
เย่เฉินโบกมือ เอ่ยพูดอย่างราบเรียบ “หลังจากนี้ผมกับตระกูลเฟ่ยคงได้ติดต่อกันบ่อยขึ้น ทุกคนไม่ต้องมารวมตัวกันเพื่อต้อนรับก็ได้”
เขาหันไปพูดกับเฟ่ยเจี้ยนจง “คุณท่านเฟ่ย ผมมาในครั้งนี้ เพราะมีเรื่องจะคุยกับคุณและคุณเฟ่ย เราสามารถย้ายไปคุยกันในที่เงียบๆได้หรือไม่?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...