ชายคนนั้นถอนหายใจ: “ถ้าจะไปลาสเวกัส ต้องรอให้หม่าหลันอะไรนั่นไปถึงเกาะฮ่องกางก่อน...”
จงชิวฮวาพูดอย่างเรียบนิ่ง "จะทำสำเร็จหรือเปล่า เราจะรู้ได้อย่างช้าที่สุดก็ในคืนพรุ่งนี้"
พูดจบ เธอก็หยิบมือถือออกมาโทรออก
สายโทรศัพท์ถูกกดรับอย่างรวดเร็ว และจงชิวฮวาก็เอ่ยถามเธอว่า "หม่าหลันตรวจสัมภาระแล้วหรือยัง?"
ผู้หญิงที่อยู่ปลายสายโทรศัพท์ ทำทีเป็นนักท่องเที่ยว กำลังนังพักอยู่ข้างเคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินที่หม่าหลันต้องนขึ้นเครื่อง
มองเผินๆอาจจะเหมือนว่าเธอกำลังเล่นโทรศัพท์ แต่จริงๆแล้วเธอกำลังสังเกตการณ์ตรงเคาน์เตอร์เช็คอิน รอให้หม่าหลันปรากฏตัว
เมื่อครึ่งนาทีที่แล้ว เธอเห็นหม่าหลันลากกระเป๋าเดินทางสองใบ เธอจึงต้องคอยจดจ้องการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายเอาไว้
สำหรับกลุ่มของพวกเขา มีอุปสรรคสองอย่างที่ต้องผ่าน เพื่อหลอกลวงมือใหม่ให้ช่วยขนย้ายสินค้าผิดกฎหมาย หนึ่งคือจุดตรวจที่จุดออกเดินทาง และอีกหนึ่งคือจุดตรวจที่ปลายทาง
ซึ่งเธอมาอยู่ที่นี่เพื่อเฝ้าดูเพื่อให้แน่ใจว่า หม่าหลันสามารถจัดการกับสินค้าของพวกเขาได้ด้วยตาของเธอเอง
ท้ายที่สุด พวกเขายังกังวลว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องคนขนสินค้าลอบแว้งกัด
พวกเขาเคยมีเรื่องแบบนี้มาก่อน เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าพวกเขามอบกระเป๋าเดินทางให้ ก็เกิดอาการโลภ จึงออกจากสนามบินพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง เจ้าหน้าที่ติดต่อที่ปลายทางรอเครื่องบินมาถึงก็ไม่มีใครอยู่ที่นั่น สุดท้ายพอกลับมาตรวจสอบ ก็พบว่าถูกแว้งกัดเสียแล้ว
ดังนั้นตั้งแต่นั้นมา จงชิวฮวาและคนอื่น ๆ จึงได้เปลี่ยนวิธีการของพวก โดยพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแสดงตัวเองว่าเป็นเศรษฐีแนวหน้า และให้สัญญากับอีกฝ่ายว่าจะได้รับประโยชน์ต่างๆ พยายามเป่าหูไม่ให้อีกฝ่ายมีความคิดที่จะหอบสินค้าหนี
ทางผู้หญิงที่เฝ้าดูเธออยู่ใกล้ๆ เมื่อเห็นเธอเช็คอินและกระเป๋าเดินทางของเธอก็ถูกส่งไปโดยสายพานลำเลียง ก็โล่งใจและลุกขึ้นเดินออกไปจากสนามบินทันที
หม่าหลันหอบHermesของเธอ ไปที่ช่องตรวจวีไอพีอย่างสบาย ๆ เมื่อแสดงบอร์ดดิ้งพาสชั้นเฟิร์สคลาส เธอก็ได้รับการบริการที่อบอุ่นจากพนักงานทันที
ในขณะที่คนอื่นๆ ยังคงเข้าคิวรอตรงจุดตรวจ หม่าหลันก็เสร็จสิ้นการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงไปยังห้องรับรอง ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อพักผ่อน
ในเวลาเดียวกัน กระเป๋าเดินทางสองใบที่เธอเช็คอิน ก็เข้าคิวเพื่อผ่านเครื่องตรวจความปลอดภัยที่สนามบินทีละใบ
ในระหว่างขั้นตอนนี้ หากไม่พบสิ่งผิดปกติ กระเป๋าก็จะถูกส่งขึ้นไปยังห้องโดยสาร แต่ถ้าพบความผิดปกติ เจ้าหน้าที่จะเปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสอบทันที
โดยทั่วไปแล้วของเถื่อนที่ซ่อนไว้ โดยพื้นฐานแล้วจะถูกปกปิดไว้อย่างดี นอกจากนี้ ความเสี่ยงในการออกนอกประเทศยังน้อยกว่าการเข้าประเทศมาก ดังนั้น ข้อนี้จะค่อนข้างผ่อนคลาย และโอกาสที่จะทำสำเร็จอย่างน้อยก็มีถึง50% ถ้าหากผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยทางออกได้สำเร็จ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...