เย่เฉินมองเขา พูดด้วยเสียงเย็นชา:“ความตายอยู่ตรงหน้าแล้วยังจะมาแถอีก ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ!”
พูดไป เขาก็มองไปที่ว่านพั่วจวิน สั่งไปว่า:“พั่วจวิน ตัดมือตัดขาของเขาให้ผม!”
ว่านพั่วจวินยกปืนขึ้นมายิงด้วยใบหน้านิ่งเฉย แล้วยิงไปสี่นัดทันที และกระสุนอันทรงพลังทั้งสี่นัดนี้ ยิงไปที่ข้อมือ ข้อเท้าของหม่าขุยโดยตรงจนตัวอ่อนปวกเปียก เท่ากับถอนรากถอนโคนทิ้ง!
หม่าขุยที่ถูกยิงไปสี่นัดกะทันหัน เพราะว่าขาสองข้างอ่อนปวกเปียกหมดแล้ว จึงล้มลงไปกับพื้น
และจิตใต้สำนึกเขายังอยากใช้มือสองข้างไปพยุงร่างที่ล้มลงด้วย แต่เขากลับลืมไปว่า ตอนนี้เขามีมือสองข้างที่ไหนกัน เป็นแค่กระดูกที่มีเลือดสองชิ้นเท่านั้น
ดังนั้น เมื่อเขาใช้แผลบนข้อมือที่หัก ไปรับร่างตัวเองที่ตกลงมา น้ำหนักมหาศาล ทำให้ข้อมือทั้งสองข้างโดนกระทบและเจ็บปวดอย่างหนัก เจ็บจนเขาเหมือนปลาทูน่าตัวหนึ่งที่เพิ่งถูกจับได้ ดิ้นอยู่บนพื้นอย่างสุด กรีดร้องไม่หยุด
เลือดสดจำนวนมาก สาดไปทั่วพื้น ตามการดิ้นรนอย่างรุนแรงของเขา
อะเหลี้ยงที่อยู่ด้านข้างเพราะว่าอยู่ใกล้มาก เลยถูกเลือดของหม่าขุยสาดไปโดนหน้ากับตัว เขาตกใจจนขาทั้งสองข้างอ่อนลงทันที คุกเข่าลงไปที่พื้นอย่างควบคุมไม่อยู่
ถึงแม้หม่าขุยจะเจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหว ก็ยังดิ้นรนอ้อนวอนกับเย่เฉิน:“คุณเย่ คุณดูสิตอนนี้ผมพิการแล้ว ขอร้องคุณล่ะเห็นแก่ที่ปีนี้ผมอายุหกสิบกว่าแล้ว ปล่อยผมไปเถอะนะ……”
เย่เฉินขมวดคิ้ว ถามย้อนว่า:“หลายปีมานี้บรรดาเพื่อนร่วมชาติที่ถูกคุณทำร้าย มีคนที่คุกเข่าลงขอร้องชีวิตพวกคุณไหม?ถ้ามี แล้วคุณทำอย่างไร?”
หม่าขุยไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรทันที
หม่าขุยได้ยินแล้วถึงกับอึ้งเล็กน้อย เพราะเขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่า ถ้าตัวเองตายแล้ว เย่เฉินจะให้ตัวเองชดใช้อย่างสาสมต่อไปอย่างไร เขาคงไม่สับร่างตัวเองเป็นชิ้นๆ หรอกนะ?
ในตอนที่ข้างในใจเขา ยังไม่เข้าใจอยู่นั้น เย่เฉินพูดกับว่านพั่วจวินที่อยู่ด้านข้างว่า:“พั่วจวิน สืบประวัติข้อมูลทั้งหมดของเขา สืบเครือญาติโดยตรงทั้งหมดของเขาออกมา จากนั้นไปตรวจสอบบัญชีการเงินเข้าออกหลายปีมานี้ ระหว่างเครือญาติพวกนั้นกับตัวเขาด้วย แค่ญาติผู้ใหญ่คนใดของเขาใช้เงินสกปรกที่เขาหามาได้ ก็จับคนๆ นั้นไปที่ซีเรีย ตั้งแต่อายุ 18 ถึง 70 ไม่ว่าจะชายหรือหญิง ปฏิบัติเหมือนกันหมด!ผมจะให้ตลอดชีวิตที่เหลือต้องทำงานในซีเรีย เพื่อชำระหนี้แค้นนี้ให้พวกเขา!”
ว่านพั่วจวินพูดด้วยความเคารพอย่างรวดเร็วว่า:“ครับคุณเย่ ผมจะให้คนเริ่มตรวจสอบ!”
หม่าขุยได้ยินคำนี้ ก็ร้องไห้อย่างแตกสลายทันที
เขากับเหมยอวี้เจิน สวีเจี้ยนสี่แทบจะเหมือนกัน ต่างหาเงินที่ต่างประเทศอยู่คนเดียว เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวใหญ่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...