ฆัวเรซโพล่งออกมา” “แฟนกู! ถ้ากูยังไม่กลับไป หล่อนจะมาหากูแน่นอน! แค่เราสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อรอหล่อนมา เราก็จะได้รับการช่วยเหลือ!”
เหมยอวี้เจินพูดอย่างประชดประชัน “กูไม่รู้จริงๆ ว่าด้วยไอคิวของมึง มึงเป็นพี่ใหญ่มาหลายปีได้อย่างไร”
ขณะพูด นางชี้ไปที่ด้านบนแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “มึงอย่าลืมว่าข้างนอกมีคนที่เก่งกาจของสำนักว่านหลงมังกรมากกว่าหนึ่งร้อยคน ตราบใดที่เราไม่ตาย พวกเขาจะไม่จากไปแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้น แฟนของมึงมาที่นี่ก็แค่ตายเท่านั้น!”
ฆัวเรซตกอยู่ในความสิ้นหวังในทันใด
ทันใดนั้น เขาก็กลับมารู้สึกตัวและพูดว่า “ไม่ว่ายังไง ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ ก็ยังมีความหวังที่จะได้รับการช่วยเหลือ! ตราบใดที่เราไม่จุดไฟ เราสามารถซื้อเวลาได้นิดหน่อย! แม้จะเหลืออีกแค่วันเดียว เราก็มีโอกาสรอด ปาฏิหาริย์จะปรากฏก็ต่อเมื่อสถานการณ์อยู่สิ้นหวังไม่ใช่หรือ? บางทีเย่เฉินคนนั้น อาจเปลี่ยนการตัดสินใจของเขา หรือบางทีตำรวจเม็กซิโกอาจพบที่แห่งนี้และช่วยเราออกไปจากที่นี่ หรือบางทีไอ้คนที่สกุลเย่อาจมีศัตรูอื่น ๆ หากศัตรูของเขามาฆ่าพวกเขาในเวลานี้ งั้นเราจะได้รับความช่วยเหลือไม่ใช่เหรอ?”
ขณะที่เขาพูด เขาก็รู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ เกลี้ยกล่อมทุกคนว่า “แม้มีโอกาสเพียงหนึ่งในหมื่น ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ยังมีความหวัง เหมือนกับการซื้อลอตเตอรี่ซุปเปอร์ล้าน แม้จะมีโอกาสเพียงหนึ่งในล้าน ก็ต้องมีคนถูกลอตเตอรี่แน่นอน เพียงแต่ว่าใครเป็นคนถูกลอตเตอรี่เท่านั้น แค่มึงซื้อลอตเตอรี่ มึงอาจกลายเป็นคนที่ถูกลอตเตอรี่ แต่ก่อนหน้านี้คือมึงต้องซื้อ!”
เหมยอวี้เจินและคนอื่น ๆ ดูเหมือนจะถูกเขาเกลี้ยกล่อม
ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ปาฏิหาริย์ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ คำพูดนี้ไม่ผิด แม้โอกาสจะน้อยนิดก็ยังดีกว่าตาย
เมื่อคิดถึงจุดนี้ เหมยอวี้เจินก็กัดฟันและโพล่งออกมา “ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็รออย่างอดทน บางทีอาจยังไม่ถึงเวลาตายของเรา ปาฏิหาริย์ก็จะเกิดขึ้น!”
หยิงเจี๋ยที่อยู่ด้านข้างก็พูดอย่างแน่วแน่ว่า “รอ! กูยินดีที่จะรอ! กูยังมีชีวิตไม่พอ ตราบใดที่มีโอกาสรอด กูยินดีที่จะรอ!”
“อื้อ!” ทุกคนพยักหน้า
ในเวลานี้ ซุนฮุ่ยน่าซึ่งไม่ได้พูดก็อดหัวเราะเยาะตัวเองไม่ได้และกล่าวว่า “ทำไมไม่มีใครเคยถามกูเลย?”
เหมยอวี้เจินกล่าวอย่างเย็นชาว่า “มึงมีสิทธิ์พูดอะไรหรือไง?”
ซุนฮุ่ยน่าอดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาใสๆ ออกมาพร้อมพึมพำ “แม้ว่ากูจะไม่เคยฆ่าใครด้วยมือกูเอง ไม่เคยหลอกหรือทำร้ายใครโดยตรง แต่กูก็ยังรู้สึกว่ากูได้ช่วยทำเรื่องชั่วร้ายแลพฆ่าคนตายมากมายโดยอ้อม บาปของกูหนักมากจนไม่กล้าขอพระเจ้ายกโทษให้ กูแค่อยากตายเร็วๆและเป็นอิสระ พวกมึงมีหน้าพูดคำพูดพวกนี้ออกมาได้ยังไง!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...