เหมยอวี้เจินยื่นมือออกมาตบหน้าซุนฮุ่ยน่าอย่างดุเดือด และด่าว่า “อีไร้ประโยชน์ ถ้าแกพูดไร้สาระเพื่อทำลายความสุขของแม่ แม่จะฆ่าแกก่อน!”
ซุนฮุ่ยน่าโดนตบหน้า แก้มของเธอเป็นสีแดงและบวมทันที
แต่เธอเพียงยิ้มอย่างเศร้าสร้อยและพูดด้วยรอยยิ้มที่ปฏิเสธตนเองว่า “ป้าเหมย คนอย่างฉันที่ไม่สำคัญอะไร ก็ไม่กวนให้ป้าฆ่าฉันด้วยตัวเองหรอก…”
เหมยอวี้เจินนึกว่าซุนฮุ่ยน่ายอมรับแล้วเลยส่งเสียงเย็นทันที
เมื่อกำลังจะพูด ซุนฮุ่ยน่าก็มองไปที่ทุกคนและยิ้ม แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ทุกคน ฉันไม่อยากรออีกต่อไปแล้ว ทุกคนโปรดไปตายพร้อมฉันด้วยนะ”
เหมยอวี้เจินไม่คิดว่าซุนฮุ่ยน่าจะพูดอะไรที่น่าผิดหวังอีกครั้งและก็โกรธจัดทันที กำลังยกมือขึ้นเพื่อจะตบ แต่พบว่าไฟแช็กไปอยู่ในมือของซุนฮุ่ยน่าเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
เมื่อเธอเห็นว่าซุนฮุ่ยน่ากำลังจะจุดไฟแช็ก เธอจึงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกทันที “ห้ามจุด!”
ทันทีที่พูดจบ ซุนฮุ่ยน่ายิ้มเล็กน้อยและจุดไฟด้วยมือทั้งสองข้าง
ไฟแช็กสำหรับซิการ์ คล้ายกับไฟแช็กกันลม มีเปลวไฟสีฟ้าครามพ่นออกมา
ในขณะนี้ ในรูม่านตากว้างของทุกคนที่เบิกกล้างมีเงาแสงสะท้อนของเปลวไฟสีฟ้าคราม
วินาทีถัดมา ไฟก็ระเบิดออกจากอากาศทันที!
ไม่กี่นาทีที่แล้ว
เมื่อฆาตกรชั่วร้ายทั้งหมดที่กำลังพูดกันไม่หยุดอยู่ในห้องผ่าตัดใต้ดิน เย่เฉินสั่งคนให้เหยื่อที่ได้รับการช่วยเหลือได้รับการรักษา จากนั้นจึงถามว่านพั่วจวินว่า “พั่วจวิน ของที่ผมให้คุณเตรียม คุณได้เตรียมไว้ล่วงหน้าหรือยัง?”
ว่านพั่วจวินพยักหน้าและกล่าวด้วยความเคารพ “คุณเย่ ทุกสิ่งที่คุณให้ผมเตรียมอยู่ในท้ายรถของผมครับ คุณต้องการต้องนี้ไหมครับ? หากคุณต้องการผมจะไปยกมาครับ”
ว่านพั่วจวินอดไม่ได้ที่จะถามเขาว่า “ถ้าคุณเย่ดื่มสุราฉลอง สุรานี้เตรียมน้อยไปหรือเปล่าครับ เรามีมากกว่า 100 คน และมีสุราทั้งหมดเพียงหกกิโลกรัม หากเฉลี่ยแบ่งแล้ว หนึ่งคนสามารถได้ 50 กรัม...”
ขณะพูดว่านพั่วจวินกล่าวเสริมว่า “ทหารในสำนักว่านหลงดื่มเก่งกันทุกคน ด้วยสุราเพียงเล็กน้อย ผมเกรงว่าพวกเขาจะได้แค่เกาคันเท่านั้น...”
เย่เฉินยิ้มเบา ๆ และกล่าวว่า “เดี๋ยวทุกคนต้องกลับไปที่สหรัฐอเมริกา ไม่เหมาะกับการดื่มมากเกินไป การฉลองเป็นเพียงพิธีการเท่านั้น หลังจากที่ทุกคนกลับไปแล้ว คุณสามารถดื่มได้มากเท่าที่ต้องการ!”
ว่านพั่วจวินพยักหน้าแล้วยิ้ม “ครับ คุณเย่”
เย่เฉินพูดอย่างราบเรียบ “พอแล้ว พั่วจวิน คุณไปทำงานก่อน แล้วมาหาผมในอีกสิบนาที”
ว่านพั่วจวินโค้งคำนับพร้อมกล่าวด้วยความเคารพ “ผมขอลาก่อนครับ!”
หลังจากที่ว่านพั่วจวินจากไป เย่เฉินก็เปิดขวดหมาวถายขนาด 3 กิโลกรัมสองขวด จากนั้นหยิบโอสถสี่เม็ดออกจากกระเป๋าของเขา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...