ทุกคนฟังแล้วต่างงุนงงสับสนไปหมด
พวกเขาคิดไม่ออกว่าสุราชนิดใดจะมีมูลค่าพันดอลลาร์ แม้กระทั่งพวกเขาจะทำหกหยดหนึ่ง พวกเขาจะเสียใจไปตลอดชีวิต
แต่พวกเขาไม่ได้ดูถูกคำพูดของว่านพั่วจวินด้วยเหตุนี้ เพราะพวกเขารู้ว่าเย่เฉินเป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงที่ไม่สามารถหยั่งรู้ได้ และแม้แต่ประมุข ว่านพั่วจวินก็เต็มใจที่จะอยู่ภายใต้การบัญชาของเขา ดังนั้นสุราที่เขาให้นั้นไม่ใช่สิ่งธรรมดาอย่างแน่นอน
ดังนั้น ทุกคนจึงยืนตัวตรง โดยเริ่มจากแถวแรก เข้าแถวทีละคนเพื่อรับสุราขาวหนึ่งแก้วที่มีความจุประมาณสี่สิบหรือห้าสิบมิลลิลิตรต่อหน้าเย่เฉิน
ว่านพั่วจวินสั่งทุกคนโดยเฉพาะว่าห้ามดื่มสุราก่อนเด็ดขาด ต้องรอให้เย่เฉินพูดก่อนแล้วทุกคนดื่มพร้อมกัน!
ไม่ต้องพูดถึงวินัยของสำนักว่านหลง ทุกคนที่ได้แก้วสุราแล้วต่างวางแขนขนานกับพื้นอย่างสมบูรณ์ โดยมีมุมระหว่างแขน 90 องศา ถือแก้วสุราอย่างมั่นคงไม่กล้าประมาทใดๆ
และเย่เฉินไม่ได้มีความเย่อหยิ่งที่เป็นจ้าวสำนักว่านหลงเลย นำแก้วสุราให้ทหารสำนักว่านหลงทุกคนด้วยตัวเอง
สิ่งนี้ทำให้ทหารทุกคนของสำนักว่านหลงตื่นเต้นยินดีมาก การกระทำแบบนี้ นับประสากับประสบการณ์จากเย่เฉิน พวกเขายังไม่เคยได้รับจากว่านพั่วจวินด้วยซ้ำ
เมื่อเย่เฉินยื่นสุราให้ทหารหนึ่งแก้วแล้วก้มหน้าหยิบสุราอีกแก้วหนึ่ง เขาคาดไม่ถึงว่าคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าเขาจะเป็นคนรู้จักเก่าของเขา เป็นลูกสาวนอกสมรสของซูโสว่เต้า ตระกูลซู ซูรั่วหลี!
ในเวลานี้ ซูรั่วหลีมองเขาด้วยความรักใคร่ที่มีในดวงตา และยิ้มอาย ๆ อดไม่ได้ที่จะเม้มริมฝีปากบาง ๆ แล้วพูดอย่างประหม่าเล็กน้อย “สวัสดีค่ะคุณเย่...”
“ไม่ได้ใช้ค่ะ” ซูรั่วหลีหันหลังให้ทหารสำนักว่านหลงคนอื่นๆ เธอแลบลิ้นใส่เย่เฉินอย่างซุกซน และกล่าวว่า “คราวนี้ฉันเปลี่ยนตัวตนที่แท้จริงของฉันแล้วค่ะ”
“โอเค” เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย ยื่นสุราในมือให้เธอ และพูดอย่างสุภาพเหมือนที่เขาพูดกับคนอื่นๆเมื่อครู่นี้ว่า “วันนี้ลำบากแล้ว!”
ซูรั่วหลีรีบส่ายหัวและกล่าวว่า “ไม่ลำบาก ไม่ลำบาก… เป็นเกียรติของรั่วหลีอย่างยิ่งที่ได้รับใช้คุณเย่!”
เย่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม “โอเค กลับเข้าทีมเถอะครับ กลับไปแล้วค่อยคุยกัน คืนนี้คุณกลับไปอเมริกาพร้อมผม ผมยังต้องการความช่วยเหลือจากคุณ”
ซูรั่วหลีพูดอย่างประหม่าเล็กน้อย “คุณเย่ นักสืบชาวจีนคนนั้นกำลังตามสืบฉันอยู่ ถ้าฉันไปอเมริกาตอนนี้ ฉันจะไม่สร้างปัญหาให้คุณใช่ไหมค่ะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...