หล่างหงจวินพยักหน้าและกล่าวว่า “ดาวเทียมยี่สิบหรือสามสิบดวงนับว่าไม่มาก ดาวเทียมสตาร์ลิงค์ของอีลอน มัสก์ได้ปล่อยดาวเทียมมาแล้วหลายพันดวงจนถึงปัจจุบัน และจะเปิดปล่อยอีกหลายพันดวงในอนาคต รวมทั้งหมดจะอยู่ที่หนึ่งหมื่นดวงขึ้นไป ต้องการบรรลุการสื่อสารทั่วโลก ยิ่งมีดาวเทียมมากยิ่งดี หากสามารถมีดาวเทียมอยู่เหนือหัวได้ตลอดเวลา ที่เกือบจะครอบคลุมพื้นผิวโลกโดยไม่มีจุดบอดใด ๆ ยิ่งมีดาวเทียมมากเท่าไหร่ ความสามารถการจัดการและแบนด์วิดท์การสื่อสารก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แต่ดาวเทียมของเขาวิจัยและพัฒนาและปล่อยเอง ดังนั้นค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างต่ำ และเขามีไว้สำหรับใช้ในเชิงพาณิชย์ จำนวนความต้องการจึงมีมาก สำนักว่านหลงใช้เองภายใน ดังนั้นจำนวนความต้องการจะค่อนข้างต่ำ”
หลังจากฟังแล้ว ในใจเย่เฉินก็ดีใจ พร้อมพูดว่า “พี่ชายเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ! หากเป็นอย่างนั้น มาที่สำนักว่านหลงเพื่อเป็นผู้นำเรื่องนี้ และพยายามสร้างเครือข่ายสื่อสารดาวเทียมสำหรับสำนักว่านหลงของเราเองในเวลาที่สั้นที่สุด!”
ความเชี่ยวชาญของหล่างหงจวินคือวิศวกรรมการสื่อสาร เขาเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียมมากที่สุด
เดิมทีเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เก่งกาจ แต่เนื่องจากอายุของเขามากเล็กน้อย นอกจากนี้ บริษัทสื่อสารส่วนใหญ่มีส่วนแบ่งการตลาดที่มั่นคงมาก เข้าสู่ขั้นตอนรับเงินปันผลแล้ว และไม่อยากที่จะลงทุนมากเกินไปในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ หล่างหงจวินจึงไม่สามารถหางานที่เหมาะสมที่เขาชอบได้
อันที่จริง สำหรับพรสวรรค์ทางวิชาชีพและด้านเทคนิค สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดไม่ใช่การเลิกจ้าง คือตัวเองเต็มไปด้วยกระตือรือร้นอยากจะประสบความสำเร็จหา แต่หาที่ที่จะใช้ความรู้ความสามารถของตนไม่เจอ
แต่คำพูดของเย่เฉินทำให้เขามีกำลังใจมากมายในทันใด
เย่เฉินพูดอย่างไม่เป็นทางการแล้วตัดสินใจสร้างระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมสำหรับสำนักว่านหลง ความกล้าหาญนี้หายากมากจริงๆ
เย่เฉินโบกมือและพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “พี่ชาย พี่ดูสิ สำนักว่านหลงทั้งหมดมีความจงรักภักดีต่อผม ถ้าผมปฏิบัติต่อใครก็ตามที่ทำงานเพื่อผม ในอนาคตผมจะให้ทุกคนเชื่อใจผมได้อย่างไร? หลังจากที่คุณไปถึงซีเรีย สมาชิกสำนักว่านหลงทุกคนรอบตัวคุณต่างมีรายได้เงินเดือน แต่คุณไม่มีสักบาท คนอื่นรู้เข้าจะคิดอย่างไรกับผม?”
หล่างหงจวินเหงื่อออกเพราะความกังวลและโพล่งออกมา “แต่ว่า...แต่ว่าผมจะต้องตอบแทนบุณคุณที่คุณช่วยชีวิตผมนี่ครับ...”
เย่เฉินยิ้มและกล่าวว่า “มีหลายวิธีที่จะตอบแทนบุณคุณ หลังจากที่พี่ชายไปถึงซีเรีย สามารถอุทิศตัวเองให้กับงานได้ และใช้ผลงาน มาตอบแทนบุณคุณที่ผมช่วยชีวิตพี่ นี่เป็นวิธีที่ใช้ได้จริงมากที่สุด”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...